พอดีเพิ่งได้รับงานมา ....

 

ไม่เคยทำแหะ ....

 

ลงหมึกจีนนน ..... เง้ออออออ ......

 

ช่วยคอมเ้ม้นท์หน่อยนะคะ .... ว่าดีหรือไม่ดียังไง .... ไม่มั่นใจเลยวุ้ยยยยยย -*-

 

 

รูปแรก .... เดามั่วแหลกกก .... เส้นไม่นิ่งเลยอ่ะ .... 

29-11-255218-31-59_0016.jpg picture by lllShokolez0zlll

 

รูปที่สอง .... อืมมมม ....

29-11-255218-37-58_0018.jpg picture by lllShokolez0zlll

 

รูปสุดท้าย .... เอาไงดี ....

 29-11-255218-35-01_0017.jpg picture by lllShokolez0zlll

 

 

* ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ค่ะ *

 

 

 

พอดี ..... รุ่นพี่ติงมา ....

 

001.png picture by lllShokolez0zlll

 

อืมมม .... ใช่ ..... ขอโทษด้วย ......

 

ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะ ... ..

 

พอดีมันคาใจ ..... เลยขออนุญาตสืบแหล่งที่มานิดนึง .....

 

003.png picture by lllShokolez0zlll

 

002.png picture by lllShokolez0zlll

 

004.png picture by lllShokolez0zlll

 

005.png picture by lllShokolez0zlll 

 

ใกล้ๆกับท่าพระ .... ฝั่งพระนคร ..... อืมมมม .... จะเป็นร้านหรือบ้าน ..... 

 

จะเป็นพี่โอ .... หรือพี่วิด ..... หรือพี่ยิว .... หรือจะเป็นพี่ตี๋ ... จะเป็นใครก็แล้วแต่ .... ขอบคุณสำหรับความหวังดีค่ะ ....

 

* ข้าพเจ้าจะปรับปรุง ..... ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง *

 

 

ไม่ได้โกรธไม่ได้อะไร ..... แต่อยากขอโทษที่ชอบแวะข้างทาง ..... ชอบลืมตน ..... อืมมมมม ....

 

 

 

 

 

ปล. ทำไมเดี๋ยวนี้ตรูเครียดจังวะเนี่ยยย ~!!! = =.,

 

 

 

 

...  ขอบคุณเจ้าของบล๊อกนี้ ..... http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=offway&month=05-2008&date=15&group=15&gblog=15

 

    มีหลายๆครั้งที่เราอัพบล็อกไป...ก็คิดอยากให้มีเพื่อนสมาชิกมาเม้นเยอะๆเหมือนกัน

เหมือนว่าก็มีคนอื่นสนใจในเรื่องต่างๆที่เราอัพไป...(โรคจิตป่าวหว่า !! )

ซึ่งแต่ละคน มีจุดประสงค์ในการอัพบล็อกต่างๆกันไป

บางคนก็อยากมีเพื่อนคุย บางคนก็แค่อยากบันทึกเรื่องส่วนตัวของตัวเองเก็บไว้

บางคนก็เล่าเรื่องราวให้คนที่อยู่ไกลกันได้รับรู้ บางคนก็แค่อยากบ่น

มีอีกหลายคนนำเรื่องสาระมาให้อ่านกัน และมีหลายคนนำเรื่องตลกๆขำๆมาแบ่งปันให้ฮากัน

บล็อกเกอร์เพื่อนๆสมาชิกหลายท่านอัพ..มีแนวแตกต่างกันไป


ส่วนตัวผม...เมื่อไหร่ที่มีคนมาอ่านบล็อกผมกันเยอะๆ...แล้วรู้สึกมีความสุขจัง อิอิอิ
(เป็นโรคจิตแน่ๆ ฮ่าๆ)


มีคอมเม้นต์บ้างไม่มีคอมเม้นต์ก็ไม่เป็นไร....อย่างน้อยเราก็ได้อ่าน ได้ค้น ได้คิด...ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ดี


แต่ก็อีกนั่นหล่ะ

เรื่องที่อัพไป...จะให้คนชอบทุกคนเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว

บางคนก็เม้นต์บอกตรงๆ บางคนก็เม้นติติง ก็ว่ากันไปคับ ไม่ซีเรียส


แต่มีบางคนนี่ซิ...มาเม้นต์แบบไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องเนื้อหาเลย....


ทำให้ผมสนใจอยู่เหมือนกัน...ว่าคนเม้นต์นี่...เขาเป็นใคร
.....อยู่แห่งหน ตำบลไหน น๊าาาา....




เมื่อวานซืนนี้ครับ...มีคอมเม้นต์แบบ จดหมายลูกโซ่ มาเม้นต์

เอามาให้ดู...ตามนี้ครับ

(ปล.) หากเพื่อนสมาชิกท่านใดมีความเชื่อเกี่ยวกับ จดหมายลูกโซ่ ให้ข้ามไปครับ...อย่าอ่านๆๆ อิอิ







มีรัยมาบอก
อ่านแล้ว อย่าหยุด กรุณาอ่านต่อ เพราะคุนได้โดนคำสาปนี้ไปแล้ว.....
เป็น เรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเด็กคนนึงในจ. พิษณุโลก เด็กคนนี้ชื่อนิ้งเป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ สาม วันนั้นเป็นวันสอบซ่อม นิ้งได้มาที่ รร เพื่อที่จะสอบซ่อม ระหว่างที่รอเพื่อน ๆ อยู่นั้น นิ้ง ก้อเหลือบไปเห็นสิ่ง ๆ หนี่ง เขาเดินเข้ไปใกล้ ๆ กับสิ่ง ๆ นั้น มันคือกล่องใส่กระดาษกล่องหนึ่ง นิ้งนั้นไม่รู้ว่าในนั้นมีอะไร แต่เขาก้อได้เก็บกล่องนั้นไป หลังจากที่เขาสอบซ่อมเสร็จแล้ว นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อกลับบ้านทันที พวกเขาอยากรู้ว่าในกล่องนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ ตกกลางคืนนิ้งและเพื่อน ๆ ก้อไปสนาม เดะเล่นและเปิดกล่อง ๆ นั้น ข้างในกล่องมีกระดาษสีดำเขียนอยู่หนึ่งแผ่น ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนไว้ว่า * สวัสดี เราชื่อ"เปลวเทียน"เป็นเด็กนักเรียนคนนึง เราถูกฆาตกรโรคจิด ข่มขืนและค่าหมกอยู่ในป่าแห่งหนี่ง ที่นั่นหนาวเหน็บไม่มีแม้แต่เสียงหายใจของมนุษย์ เราพยายามร้องให้คนมาช่วยแต่ก้อไม่มีคายมา ตอนนี้เราเหงาเหลือเกิน จะมีใครมาอยู่เป็นเพื่อนเราบ้างไหม ถ้าเทอไม่อยากให้เราลากเทอมาอยู่เป็นเพื่อนกันเรา จากนี้ไปเป็นเวลา 7 ชั่วโมง ขอให้เทอก็อปข้อความข้างบนนี้ ส่งต่อให้สื่ออะไรก้อได้ เป็นจำนวน 10 coppy แต่ถ้าเธอไม่ทำตาม อีก 7 ชั่วโมงนี้ฉันจะไปตามเทอมอยู่เป็นเพื่อน * หลังจากที่นิ้งได้อ่านนั้น เอก้อไม่เชื่อ และคิดว่ามีคนมาแกล้งเป็นเพียงแค่เรื่องไร้สาระ และไม่ยอมทำตาม 7 ชั่วโมงให้หลัง นิ้งและเพื่อน ๆ ก้อตาย โดยที่ไม่มีสาเหตุ ***********************************- เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จนถึงขณะนี้ หมอและตำรวจยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เด็กเหล่านั้นตายได้เช่นไร __________ ตอนนี้พวกเทอได้อ่านกระทู้นี้ ก้อคงได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด นั่นคือ เทอจะต้อง copy ข้อความนี้เป็นจำนวน 10 copy แต่ถ้าเทอไม่ทำตามที่เด็กคนนั้นขอ เทอจะต้องไปอยู่เป็นเพื่อกับเด็กคนนั้น อีก 7 ชั่วโมงให้หลัง ขอให้พวกเทอทุกคนโชคดี
(ปล ห้ามส่งมายังคนเดิมที่ส่งมาอีก ไม่งั้นจะรับโทษฐานคืน ตาย!!!)รักนะคะ




โดย: n IP: 125.24.51.165 13 พฤษภาคม 2551 18:29:05 น.






เพื่อนคนนี้...ไม่ได้ล็อกอินคับ เลยทำให้โชว์ IP


***โดย: n IP: 125.24.51.165 13 พฤษภาคม 2551 18:29:05 น.***


เป็นคอมเม้นต์...เมื่อวานซืน คับ

วันที่ 13 พฤษภาคม 2551 เวลา 18:29:05 น.


อาจเป็นได้ว่าเขาคงกลัวการเป็นไป...ตามในเนื้อหาของจดหมายลูกโซ่...
ทำให้มาคอมเม้นต์ในบล็อกผม



พออ่านปุ๊บ...รู้สึกอยากรู้จักขึ้นมาทันทีเลย...
เพื่อนท่านนี้....น่าสนใจๆๆๆคับ


ในฐานะที่ผมอัพบล็อกเรื่องหมอดู การทำนายมาก็หลายครั้ง
ทีนี้เลยอยากจะทำนายบ้างอ่ะคับ...ว่าคุณ n IP: 125.24.51.165 เขาเป็นใคร อยู่ที่ไหนน๊อ


ถ้าเพื่อนสมาชิกอยากรู้เหมือนกัน ....ตามมาๆค๊าบบ..



ก่อนอื่นเลย..เราก็ต้องไปหาเวปที่เขาบอก ตำแหน่ง IP อ่ะคับ
เท่าที่ไปค้นมา จากพี่กูเกิ้ล ได้เวปนี้คับ


http://www.ip2com/





ให้เราใส่ IP ลงไปในช่อง ตามรูปคับ






กดตรง Find Location ตามรูป
จะได้ผลลัพท์ ดังนี้คับ






IP Address : 125.24.51.165
City : Bangkok
Latitude/Longitude : 13.75 / 100.517
Net Speed : DSL
ISP : TOT PUBLIC COMPANY LIMITED BANGKOK
Domain : TOTBB.NET

แนะ...มีรูปให้ดูอีก




อ่านไปอ่านมา...ก็ได้ข้อมูลแบบคร่าวๆ...
ลองไปดูตามตำแหน่งละติจูด ลองติจูด จากกูเกิ้ลเอิร์ท ก็ไม่น่าจะใช่
เพราะเป็นตำแหน่ง ของกรุงเทพฯ

งั้นลองเปลี่ยนเวปใหม่คับ...ลองไปที่เวปนี้ดูคับ




http://www.iplocationfinder.com/




พอเข้าไปแล้วก็กดที่ Search ใส่หมายเลข IP กดที่ Search อีกครั้ง





จะได้ผล ตามนี้คับ






จ๊ากก...ไม่ได้อะไรเพิ่มเติมมาเลย...
ลองคลิกดูรายละเอียด ที่นี่ Click Here for a Location Summary ดูซิ

จะได้ผลตามนี้คับ








หว่า...ได้ข้อมูลเหมือนเดิมๆ...
ลองคลิกดูที่หมายเลข IP ต่อซิมันน่าจะมีอะไรบ้างน๊า

จะได้ผลตามนี้คับ








เย้ๆๆๆ...ได้ข้อมูลมาอีกเพียบเลย...


inetnum: 125.24.51.0 - 125.24.51.255
netname: totnet
descr: TOT Public Company Limited Bangkok
country: th
tech-c: tk56-ap
admin-c: pa82-ap
status: assigned non-portable
mnt-by: maint-th-tot
changed: hm-changed@apnic.net 20050922
changed: ag100.ap@gmail.com 20071025
source: APNIC

route: 125.24.32.0/19
descr: TOT Public Company Limited
origin: AS9737
mnt-by: MAINT-TH-TOT
changed: panidadu@tot.co.th 20080407
source: APNIC

person: pansak arpakajorn
nic-hdl: PA82-AP
e-mail: mail_abuse@tot.co.th
address: 89/2 Moo 3 Chaengwattana Rd, Laksi,Bangkok 10210 THAILAND
phone: +66-2574-9178
fax-no: +66-2574-8401
country: TH
changed: suraches@tot.co.th 20050720
changed: ag100.ap@gmail.com 20071107
mnt-by: MAINT-TH-TOT
source: APNIC

person: tawat kerdput
nic-hdl: TK56-AP
e-mail: mail_abuse@tot.co.th
address: 89/2 Moo 3 Chaengwattana Rd, Laksi, Bangkok 10210 THAILAND
phone: +66-2505-6117
fax-no: +66-2574-8401
country: TH
changed: suraches@tot.co.th 20050720
changed: ag100.ap@gmail.com 20071107
mnt-by: MAINT-TH-TOT
source: APNIC



เท่าที่ดูๆแล้ว...ไม่น่าจะเป็นบ้านพักอาศัยนะคับ...ที่เพื่อนคนนี้ใช้ออนไลน์อยู่
เพราะมีโทรศัพท์หลายเบอร์มาก...และมีชื่อคนที่ใช้หลายคน

แต่มีที่อยู่ ที่อยู่เดียวกัน คือ

89/2 หมู่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ บางกอก

แล้วที่อยู่นี้คือที่ไหนน๊า...ก็ลองไปหาดู...




ได้มาแล้วๆๆ ค๊าบบบบ




















สรุปข้อมูลที่หามาตามที่อยู่ของ IP นั้น
เป็น Software Industry Promotion Agency (Public Organization)

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ

จ๊ากกกก.....


ที่นี่เขาทำอะไรกันน๊า...ลองไปหาข้อมูลมาเพิ่มเติมคับ



-เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนและกำหนดนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศ
ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

-ส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยมุ่งเน้นการสนับการพัฒนาบุคลากร การตลาด การลงทุน
กระบวนการผลิต และการให้บริการที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงการสร้างแรงจูงใจในการลงทุน
ทางด้านอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ โดยการเสนอแนะมาตรการทางด้านภาษี และสิทธิประโยชน์
ต่างๆ ต่อคณะรัฐมนตรี

-สนับสนุนการค้นคว้าวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี และจัดให้มีกฎระเบียบและมาตรการที่จำเป็น
ต่อการส่งเสริมอุตสาหกรรรมซอฟต์แวร์

-ส่งเสริมให้เกิดการคุ้มครองด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับซอฟต์แวร์
เป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานและแก้ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางด้านอุตสาหกรรม
ซอฟต์แวร์ให้มีบริการแบบเบ็ดเสร็จ


โหว.....ที่นี่เขาทำงานระดับชาติกันเลยหรอนี่


ขอลองส่องดูหน่อยน๊า....เขาอยู่ตรงไหนกัน













































เท่าที่หาข้อมูลมาได้..ขอทำนายว่า

คุณ n IP: 125.24.51.165 เป็นเพื่อนสมาชิก(รึป่าวไม่รู้)
ใช้เครื่องคอมฯ ที่อยู่ในสถานที่ 89/2 หมู่ 3 ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ บางกอก

ซึ่งเป็นสถานที่ของ Software Industry Promotion Agency (Public Organization)
สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ
ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2551 เวลา 18:29:05 น.

โดยผ่าน โทรศัพท์ หมายเลข 02-574-9178 หรือ 02-505-6117

......คร๊าบบบ....









 

edit @ 25 Nov 2009 12:42:08 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

edit @ 25 Nov 2009 12:50:30 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

edit @ 25 Nov 2009 12:55:50 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

จากเหตุการณ์คราวที่แล้วววว ....

 

...

 

"::ผลสอบมัณฑนศิลป์ (((ปรากฎว่าๆๆๆๆๆ???)))::"

 

...................

 

มาเล่าบรรยายความเป็นมาสู่การสอบในครั้งนี้ดีกว่า ....

 

ตอนแรกเรียนอยู่คณะวิศวะฯศิลปากรนี่แหละ .... แต่กว่าจะค้นหาตัวเองจนหาที่สุดมิได้ก็ตอนปีสามมม !!! ... 0.0

ตายยยยยยยยยยย ..... สามปีที่เรียนมากับวิศวะฯ .... สามปีที่เสียเวลาไปกับความเบื่อหน่าย .... สามปีที่เรียนไปเรื่อยๆ ....

 สามปีที่ ....... สุดจะบรรยายยยยย ....

 

..

 

เหตุการณ์เริ่มก็ต่อเมื่อ .... ช่วงวันหยุดวันแม่ในเดือนสิงหาคม .... ด้วยความสับสนต่อชีวิตอย่างแรงกล้า ....

 กล้ามากกกกกกกกกกกกกกกกกกก .....

 

..

 

เพราะไม่ไปเรียน 3 อาทิตย์ติดต่อกัน !! ....

 

เหตุผลคือ .... ไม่อยากไปเรียน .... และอยู่แต่ในห้องไม่ไปไหน .... สับสนต่อชีวิต .... เก็บตัวเงียบ .... บ้าไปแล้วมั้ยล่ะท่านนนน ....

 

จนถึงกับ "กรูทนไม่ไหวแล้วว๊อยยยยยส์ ~~!!!!!" .... เลยตัดสินใจแบบเด็ดขาด .... เอาไงก็เอาวะ .... เป็นไงเป็นกัน ....

 

ขอเลือกทางด้วยตัวเองบ้างเหอะ .....

 

ตอนแรกที่โทรบอกแม่ .... ไม่มีไร .... ทะเลาะกัน .... เหอะๆๆๆ .... แต่ก็ยังดีกว่าไม่คุยกันเลย ชิมิ ?? ....

 

ยิ่งทะเลาะ  ... ก็ยิ่งทำให้เราได้เปิดอกคุยกัน .... และภายหลังก็ยิ่งทำให้เราสนิทกันมากขึ้น .... นั่นแหละ ... ชีวิตและความสัมพันธ์....

 

หลังจากตัดสินใจอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล ....

 

จากการที่ได้ปรึกษากับเพื่อนๆ เพื่อหาพี่ติวศิลปะ .... ก็ได้พี่คนนึงในคณะมัณฑนศิลป์ ที่จบจากประยุกตฯกำลังจะต่อโทที่คณะจิตรกรรมต่อ ..... อืมมมมมม ....

 

ตอนแรกก็คุยตกลงนัดแนะเพื่อคุยกัน .... สรุปคือไปติวที่บ้านพี่เค้า ....

 

เริ่มติววันแรกของชีวิตเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2552 .... เวลาบ่ายๆ ..... เพราะยางแตกคาอาร์ตอะเวจีข้างมอ .... เลยบึ่งพี่แมงกะไซค์ไปถึงลำพญา ..... เหอๆๆ 30 บาท ....

 

วันแรกติวๆแบบงงๆ .... จนพี่เค้าเริ่มจับแนวทางการแนะแนวเราได้ .... จึงให้เริ่มเรียนตั้งแต่อนุบาล -*- ...

 

พื้นฐานนนนนนนน ...... รูปร่างงงง ..... รูปทรงงงงง ..... ฮิ๊วววววววววววววววววว .....

 

ฝีมือข้าพเจ้าช่างไม่เอาถ่าน ..... พื้นฐานไม่มีซักติ๊ดดดด ..... 55555+

 

จนเมื่อติวไปติวมา .... จากพี่ติว 1 คน .... จนเป็นพี่ติวคนที่ 2,3,4 ..... จนครบแก๊งค์ลำพญาสะออน .... อ่ะเจ้ยยยยย ~!

 

พี่ติวเป็น 7 ....... คนติวมีอยู่ผู้เดียว ..... เหว๋ยยยยยย ......

 

ปรกติพี่ติวหนึ่งคน ..... จะมีน้อง 2 คนขึ้นไป .... แต่ข้าพเจ้าไม่ ~! .....

 

ขอบคุณจริงๆที่ได้มาเจอพี่ๆ ......

 

โชคดีจนหาที่เปรียบมิได้ ...... โชคดีมหาประลัยยยยย ..... โชคดีค่อดส์ๆๆๆ ......

 

พี่ติวเค้าไม่ได้สอนแค่การวาดรูปเป็นอย่างเดียวนะ ..... เค้าสอนถึงการใช้ชีวิตด้วย ......

 

จากคนที่มัวแต่อมทุกข์ ...... ตอนนี้ ..... จะทำอะไรก็สุขไปหมด ..... ไม่มีอะไรที่ทำให้เราทุกข์ไปตลอดเวลาหรอกนะ ....

 

"เวลามันมีเท่ากันทุกคนน่ะแหละ ..... แต่อยู่ที่ว่า .... เราใช้เวลาไม่เท่ากันหมดทุกคนหรอกน่า" .... จากพี่ติวคนหลักที่ได้คุยกันกันตั้งแต่วันแรก .... พี่ตี๋ ... ผู้น่ารัก .... แอร๊วววววววววววว ~!! ...

 

"พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว" (อ.ศิลป์ พีระศรี)..... คำพูดนี้ .... อาจจะเป็นคำพูดสั้นๆ .... แต่มันแฝงไปด้วยข้อคิดที่อยู่ในชีวิตประจำวันทีเดียว ....

 

"ศิลปะ .... ไม่ได้สอนให้วาดรูปหรือเขียนรูปเป็นอย่างเดียว .... แต่ ..... สอนให้นายรู้จักชีวิต !" (อ.ศิลป์  พีระศรี) .... ขอบคุณพี่ยิวสำหรับคำคมนี้ .... ทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น ... มีคุณค่ามากขึ้น ....

 

ทุกๆคำคมที่ได้ทุกวันที่ติว ..... แต่ละวันมันมีความหมาย .... นายจะเข้าใจมันเอง .... เชื่อสิ !....

 

"นายเข้าใจอย่างเดียวไม่พอ ..... นายจะต้องรู้สึกด้วย ..."   คำคมของพี่โอ ... ช่วยได้เยอะในเรื่งการวาดภาพตามอารมณ์ที่ต้องการสื่อ .... จนทำให้งานมีการพัฒนายิ่งขึ้น ...

 

"ไม่มีทางลัดในเส้นทางศิลปะ !" ของพี่เม่น .... เป็นสิ่งเตือนใจอยู่เสมอ .... ถ้าเรามุ่งแล้ว .... ต้องทำให้ได้ .... และให้ถึงที่สุด ...

 

"ต้องสู้ ... ต้องสู้ .... จึงจะชนะ" .... ของพี่บุ๊ก .... คนสวยทำอาหารเก่งโคตรรรร .....

 

"โครงสร้างไม่ดี .... แล้วมันจะมั่งคงได้อย่างไร? .... คิดไม่ออก .... นึกถึงพ่อแก่ ... (จริงๆนะ)" .... ขอบคุณพี่ยิวค่ะ .... ที่สอนเรื่ององค์ประกอบศิลป์ .... รวมไปถึงยอมอดหลับอดนอนสร้างงานเพื่อมาสอนเราโดยเฉพาะ ...

 

"STOP DREAM.,START DO~!" .... เลิกฝันได้แล้ว .... ลงมือทำซะเลยสิ ..... คำคมนี้จากพี่วิด ... ศิษย์พี่โรงเรียน .... และศิษย์พี่แห่งศิลปะ .... เคารพอย่างสูง .....

 

"แน่น ~!" .... อภินันทนาการจากพี่เอ ..... แอบทะเล้นนะฮ้า .... กรั่กๆๆๆๆ .... สนุกสนานดี ...

 

"ที่สุดแห่งชีวิตก็ ..... 'ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน'...." ของพี่โป้ ..... คนหน้าตาดี ....

 

"ความพยายามอยู่ที่ไหน ..... ความพยายามก็อยู่ที่นั่น" ของพี่กิ๊ก .... ผู้ร่าเริง ......

 

ฮิ๊วววววววววววววว ........ รุ่นพี่ที่เค้าอุดส่าห์ทุ่มเทเพื่อเราขนาดนี้ ..... ยอมอดหลับอดนอนคิดวิธีการสอนให้เราได้เข้าให้ได้ ....

 

โคตรอยากจะกระโดดกอดขอบคุณพี่ๆสุดๆเลยอ่ะ ..... ขอบคุณนะคะ .... ขอบคุณจริงๆ .....

 

และอีกคนที่อยากจะขอบคุณ ..... พี่กู๊ด .... รุ่นพี่เพื่อนบ้านเด็กประยุกตฯ .... ที่ทนไม่ได้กับความโง่ของข้าพเจ้าเลยต้องออกโรงมาติวให้ถึงที่ .... ก่อนสอบคืนเดียว ....

 

และยังไม่สุดท้าย .... เพราะมันเยอะจนเรียบเรียงไม่ถูก .... ขอบคุณรุ่นพี่เด๊กทุกคนที่ส่งเสียงฮิ๊ววววววววว .... เมื่อยามเราทำงานตอนดึกๆ ....  และยังช่วยสอดส่องดูแลเราโดยตลอด ..... * รู้นะ .... ว่าทำอะไรกันมั่ง * อิอิ ....

 

ขอบคุณที่อยู่เป็นกำลังใจแม้เวลาทำงานล้างจานก็เหอะ ..... 555555+ ยันตีสามอ่านะ ..... มาเป็นล๊อตๆเชียววววว ..... ขอบคุณมากๆค่ะ ....

 

เฮ้ออออ ...... ขอบคุณมากๆ ..... ที่ให้ความรัก ... ความห่วงใย .....

 

ขอบคุณคุณแม่ .... พี่ๆ น้องๆ ... ญาติๆ .... ที่ส่งกำลังใจมาอย่างสม่ำเสมอ .....

 

ขอบคุณจริงๆ ..... กราบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบล่ะ ......

 

แค่คำว่าขอบคุณมันยังไม่พอด้วยซ้ำกับสิ่งที่ได้รับมาทั้งหมด ....

 

* สรุป .... ติววันแรก 13 กันยายน 2552 ....

               จบการติว 15 ตุลาคม  2552 .....

 

         

 

 

                                เวลาหนึ่งเดือนกับสองวันที่ได้เขาไปเป็นลูกศิษย์ ... น้องติว .... และครอบครัวพี่น้องชาวศิลป์ .....

 

           :: ....โคตรจะภูมิใจที่ได้เกิดมาบนโลกนี้เลยว่ะ  ~!!!!.... ::

 

 

 

 

                                                                                                ...  D@Zz!! ...

                                                                      lllShokolez0zlll ณ ฮิห้า  ..... naggy_2104 ณ เมลล์ร้อน ....

                                                                               (ใครอยากแอด .... เชิญญญญญญญญ ...)

                                  

 

...

 

 

......

 

 

.........

 

แม่โทรมาปลุกให้ตื่นไปเช็คผลสอบตั้งแต่เก้าโมงเช้า .... เหอๆๆๆๆ

 

ก็เลยไปเช็ค .....

 

...

 

 

0.0

 

 ..

 

 

โอ้ววววววววววววว ~!!!! ...... ม่ายจริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง ~!!!! ..... = =.,

 

 

5de3b7d1.png ผลสอบมัณฑนศิลป์ picture by lllShokolez0zlll

 

** ติดอ้ะ .... แต่เค้าอยากเข้าประยุกตศิลป์มากกว่า(นิดส์ๆ) .... แต่ก็ดีใจที่ได้ ..... ฮิ๊ววววววววว ...... **

 

เตรียมตัวก่อนสอบ 1 เดือน .... ติวตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน 2552 .... จบคอร์ส 15 ตุลาคม 2552

 

นั่นคือ"ความตั้งใจจริงหรือ ???" ..... เอาล่ะ .... สู้ต่อปายยยยย ....

 

 

 

 อยากลงไว้ระทึกหัวใจยามคิดถึง ::

http://th.uncyclopedia.info/wiki/มหาวิทยาลัยศิลปากร

 

 

ไร้วิทยาลัย:มหาวิทยาลัยศิลปากร

จากไร้สาระนุกรมเสรี - แหล่งรวบรวมเรื่องราวตลกขบขันและบิดเบือนข้อเท็จจริง

(เปลี่ยนทางมาจาก มหาวิทยาลัยศิลปากร)

ยินดีต้อนรับสู่ไร้วิทยาลัยภาษาไทย
แหล่งรวมเรื่องขำขันไร้สาระเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยและสถานศึกษาที่ทุกคนร่วมเขียนได้
วันนี้ตรงกับวันอังคาร ที่ 27 ตุลาคม 2552 เวลา 09:25 น. ตามเวลาสากลเชิงพิกัด (ช้ากว่าไทย 7 ชั่วโมง)
เว็บย่อ: http://th.uncyclopedia.info/wiki/Un-niversity

สารบัญ

[ซ่อน]
if (window.showTocToggle) { var tocShowText = "แสดง"; var tocHideText = "ซ่อน"; showTocToggle(); }

[แก้ไข] มหาวิทยาลัยศิลปากร

  • เพลงประจำของ "ม.ศิลปากร" เป็นภาษาอิตาลี Santa Lucia ไง
  • แล้วแต่ละคณะก็จะร้องไปคนละทำนอง
  • นอกจากเพลงประจำมหาวิทยาลัยจะเป็นภาษาต่างประเทศแล้ว คำขวัญมหาวิทยาลัยก็ไม่น้อยหน้ากัน "Ars Longa Vita Brevis"
  • แปลได้ว่า "ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"
  • ตราประจำมหาวิทยาลัยคือ พระพิฆเณศวร์
  • สีประจำมหาวิทยาลัย คือ สีเขียวเวอริเดียน
  • เขียวเวอริเดียน คือ สีเขียวน้ำทะเลลึก เหตุผลที่เป็นสีนี้เพราะว่า เป็นสีที่ อ. ศิลป์ พีระศรี ผู้ก่อตั้งมหาลัยชอบ
  • สมเด็จพระเทพฯ ท่านทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากคณะโบราณคดี จากที่นี่ด้วยล่ะ พวกเราภูมิใจ
  • ศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยเดียว ที่ไม่มีการ Boom มหาลัย
  • แต่ก่อนถ้าบอกว่าเรียนที่ศิลปากร มักโดนถามกลับว่า "แล้วเล่นเป็นตัวยักษ์หรือลิงล่ะลูก?" - -"
  • เป็นมหาวิทยาลัยที่แปลกแหวกแนว เหอๆ
  • วิดยามีซุปเปอร์แมน สัตวศาสตร์มีเจได วิดวะมีหนอนแก้ว
  • สโมฯทับแก้วจะอยู่ชั้นบน ส่วนวังท่าพระจะอยู่ชั้นล่าง
  • กลับกัน โรงอาหารวังท่าพระจะอยู่ชั้นบน ส่วนโรงอาหารทับแก้ว(อักษร)จะอยู่ชั้นล่าง
  • มหาวิทยาลัยศิลปากร มี 4 วิทยาเขต (13 คณะ 1 วิทยาลัยนานาชาติ)
    • วังท่าพระ
    • พระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว)
    • สำนักงานอธิการบดีตลิ่งชัน (คณะดุริยางค์และวิทยาลัยนานาชาติ)
    • สารสนเทศเพชรบุรี
    • วิทยาลัยนานาชาติศิลปากร ..เคยอยู่วิทยาเขตเพชรบุรีเเต่ตอนนี้ย้ายไปตลิ่งชันแล้ว
    • มัลติของศิลปากรอยู่สนามเป้า
    • ส่วนของICT มีบางส่วนคือสาขานิเทศศาสตร์ สาขาออกแบบและธุรกิจปี4 อยู่บางรัก ใช้ตึก กสท.
  • วันครบรอบการก่อตั้งมหาลัยคือ 12 ต.ค.ของทุกปีเด้อ
  • วันที่ 15 ก.ย. คือ วันอาจารย์ศิลป์ (วันคล้ายวันเกิด)ในทุกปีจะมีงานรื่นเริงและของขายมากมาย ณ วังท่าพระ

[แก้ไข] วิทยาเขตวังท่าพระ

  • ที่วังท่าพระ รูปปั้นสิงโตตัวหนึ่งหน้าประตูแดงไม่มีหู
  • รอง miss thailand universe'08 ชื่อกระติ๊บ เป็นเด็กจิตกำ ตอนนี้เล่นเป็นนวลในละครปอบผีฟ้า กระติ๊บหน้าเหมือนแพนเค้กง่ะ
  • เด็กศิลปากรเรียก ตัวเงินตัวทองว่า ตุ๊ดตู่
  • ศิลปากรวังท่าพระเคยได้โอกาสที่จะเป็นผู้ครอบครองตึกรอบๆทั้งหมด แต่ไม่มีตังค์เลยอด เอวัง...
  • ถ้าโดนลูกจันทน์ในสวนแก้วตกใส่หัวจะเรียนไม่จบในสี่ปี
  • เหมือนๆกะข้อแรกถ้าล้วงปากสิงโตคาบแก้วหน้าประตูแดงก็จะไม่จบสี่ปีเหมือนกัน (อันนี้ลองมาแล้ว ล้วงมาสองปีพี่เพิ่งบอก เซ็งเลย)
  • จิดกำ ว้ากน้องนานโคตร บางปีล่อไปเกือบเทอม
  • สมัยก่อนรับน้องรวม จะมีซุ้มเจาะใจ จะเรียกเหยื่อที่เป็น น้องใหม่หยิง หน้าตาดีเท่านั้น (ว่ากันว่าเป็นซุ้มเถื่อนของโบราณ แต่เด็กโบราณยืนยันว่าเป็นของจิตกำ)
  • ในอดีตห้องคอมม่อนของทุกคณะซกมกมากๆ มักมีขวดเบียร์และน้ำอยู่ในขวด แน่นอนมันไม่ใช่น้ำเบียร์ แต่มัน คือ เยี่ยว
  • ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ถ้าขึ้นเกินห้าคน ต้องลุ้นว่าลิฟท์จะค้างหรือไม่
  • ตอนนี้ลิฟท์ตึกมัณฑนศิลป์ต้องขึ้นลงที่ชั้นสอง ทั้งๆที่มีลิฟท์ถึงชั้นหนึ่ง (มีชายโรคจิตเมาเหล้าขึ้นไปแอ็คอาร์ทตอนวันขึ้นตึก เลขานุการคณะเดินมาเจอเลยไล่กลับไป ตั้งแต่นั้นมา ใครที่เป็นคนนอกต้องลงชื่อก่อนขึ้นตึก และเด็กเดคจะต้องมีป้ายสายส้มห้อยคอ)
  • สาวโรคจิตที่พูดถึง มีชื่อว่า"ขวัญข้าว" เดิมเป็นน้องติว สถาปัตย์ เมื่อนานมาแล้ว แต่พลาดหวังเอ็นท์ไม่ติด(รุ่นที่เธอพลาดหวัง ปัจจุบัน เป็นอาจารย์กันหมดแล้ว:ที่มา อาจารย์ร่วมสมัยเล่ามา)

แต่ด้วยใจที่รักในศิลปากรฝั่งวังท่าพระ เธอมักจะมาวนเวียน ทุกวัน ทำความรู้จักเด็กสถาปัตย์ทุกรุ่น ที่สำคัญเธอเก็บ Profile ของเด็กผู้ชายหน้าตาดีของสถาปัตย์มาไม่ต่ำกว่า15รุ่นแล้ว ห้าหกปีหลัง เริ่มกระจายสู่คณะมัณฑนศิลป์แล้ว รับน้องสถาปัตย์ ทุกปี จะเห็นเธอมายืนแจกของเล็กๆน้อย(อะไรก็ไม่รู้)ให้ทุกปี

  • รูปปั้นเด็กตีห่วงในสวนแก้ว เค้าเล่าว่าเคยออกมาวิ่งเล่นด้วยล่ะ
  • เด็กคณะมัณฑนศิลป์ จิตรกรรม สถาปัตย์ โบราณ ไม่ต้องใส่ชุดนักศึกษามาเรียนก็ได้ (วันไหนที่ใส่ไป เพื่อนๆจะแตกตื่นนึกว่ามีสอบ)
  • เด็กมัณฑนศิลป์ ใครๆก็รู้ว่าเรียกยาก ก็เลยย่อเหลือเป็น "เด็กเด็ค" (มาจากคำว่า Decorate เป็นชื่อคณะนั่นเอง)
  • มักจะมี นศ.สาธารณะ อยู่ในล๊อกเกอร์ ให้หยิบยืม แต่เสื้อที่ว่าจะขาวจนเหลือง และไม่สามารถพับได้
  • เวลาบอกให้คนมามหา'ลัย ถ้าเป็นคนต่างถิ่นที่ไม่รู้ จะหามหา'ลัยศิลปาการไม่เจอเพราะคิดว่าประตูไม้สีแดง สิงโตหิน และรั้วปูนขาวๆเป็นส่วนหนึ่งของวัดพระแก้ว
  • คนส่วนใหญ่จะเข้าใจว่า มหา'ลัย คือ กรมศิลป์ หรือวิทยาลัยนาฎศิลป์
  • มักมีคนหลงเข้ามาเพราะนึกว่าเป็น กรมศิลป์ฯ เป็นประจำ
  • ในมหา'ลัยเล็กๆนั้นบรรจุหอศิลป์ไว้ไม่ต่ำกว่า 5 หอศิลป์
  • แต่ก่อนมีไอ้ซูกัส จะเป็นคนเอาซูกัสและป๊อกกี้มาขาย จะมีป้ายห้อยคอบอกว่าพูดไม่ได้ แถมป้ายมันยังอ้าง UN เส้นทางการค้ามันดับเพราะมีรุ่นพี่โบราณไปเจอมันตะโกนสั่งเบียร์ที่ลานเท (น่าจะตัวเดียวกะข้างล่าง)
  • สมัยก่อนมีพี่ป๊อกกี้ มาขายป๊อกกี้และขนมต่างๆ กล่องละ10-20 บาท พี่ป๊อกกี้แกล้งเดินขาเป๋และปากเบี้ยวขายของมานาน จนโดนจับได้ว่ามีตังค์พาสาวไปกินข้าวหน้าพระลาน ในสภาพหล่อพร้อมรบ ปากไม่เบี้ยว ขาไม่เป๋ หลังจากโดนแซวหนักๆ...พี่ป๊อกกี้ก็หายไป... ประโยคติดปาก ป้อกกกก เก้ มา แล้ ค้าาาาบ (มันย้ายมาหากินที่จุฬา ได้หลายปีแล้วครับ)
  • สมัยก่อนมีป้าบะหมี่มาขายบะหมี่ห่อละ 10 บาท บะหมี่ป้าอร่อยมาก เพราะชอบมาตอนเวลาหิวๆ บ้านป้าบะหมี่อยู่ไกล ป้านั่งรถเมล์แบกตะกร้าบะหมี่มาขาย บะหมี่ป้าจึงมีแต่บะหมี่แห้งล้วนๆ บะหมี่น้ำขนส่งลำบาก อ้อ มีเส้นอื่นๆ และมีเกี๊ยวด้วย ขายพร้อมเครื่องปรุงในซอง ประโยคติดปาก * อาาาา...บ๊ะ เหม่ จ้าาาาา *(เสียงป้าแหลมเล็กขึ้นจมูก) คอนเฟิร์มว่าบะหมี่ป้าแกอร่อยมาก เวลากินต้องใช้ไม้เสียบลูกชิ้น 2 อันแทนตะเกียบ
  • หมา แมวที่ศิลปากรมีขาประจำอยู่ไม่กี่ตัว ดังนี้...
    • ตาหวาน - หมาบ้าผู้ชาย ต้องผู้ชายเรียกเท่านั้นตาหวานจะเดินตาหวานไปหา
    • หมาวัว - หมาศิลปิน ลำตัวมีลวดลายเหมือนวัว ชอบเดินย่ำกระดานน้องติวที่วางบนพื้น
    • แฮ็กส์ - หมาแก่ พิการซ้ำซ้อน สุภาพมาก มารยาทดี
    • แมวมะเมี๊ยะ - แมวตาเหล่ ถึงเหล่มาก ชอบนั่งมองรังนก รองาบลูกนกที่พลัดตกจากรัง
    • ฟีบี้ - แมวหน้าบี้ จมูกจมลงในหน้า
  • เพิ่มตำนานรักสามเศร้าของตาหวาน เดิมตาหวานเป็นหมามาจากที่อื่น ในท่าพระมีไอ้สุดหล่อเป็นพระเอกและไอ้สุดหล่อมีเมียตัวนึง (จำชื่อไม่ได้) ปรากฎว่าไอ้สุดหล่อไปต้องใจอีตาหวานเลยชักชวนตาหวานมาอยู่ในท่าพระด้วย อีตัวเมียหลวงมันหึง เวลามันเจออีตาหวานจะไล่กัดท่าเดียว ต่อมาตัวเมียหลวงก็หายสาบสูญไป อีตาหวานก็ครอบครองได้สุดหล่ออยู่ตัวเดียวจนไอ้สุดหล่อถูกรถชนตาย (ข่าวว่ามาแบบนั้น) ตาหวานเลยต้องร่อนเร่ไปมาระหว่างท่าช้างและท่าพระจันทร์ (เชื่อมสัมพันธ์สองมหาลัยเลยนะมรึง) จนทุกวันนี้ตาหวานยังคงแวะเวียนมาท่าพระบ้าง (คาดว่าตาหวานคงได้สามีหใม่แถวๆ ท่าพระจันทร์ไปแระ)
  • สนามบาสหน้าคณะโบราณฯ สามารถเป็นได้หลายอย่าง ทั้งลานจอดรถ สบามบาส สนามบอล สนามวอลเล่ สนามตระกร้อ สนามแบต และทั้งหมดนี้สามารถเล่นได้ในเวลาเดียวกัน และอื่นๆ...
  • รปภ. ณ ที่จอดรถสนามบาสหน้าคณะโบราณฯ เล่นตัวต่อเก่งมาก สังเกดจากการที่ต้องเลื่อนรถตลอดเวลาเมื่อมีรถเข้าหรือออก
  • เขาว่า ต้นกร่างโบราณ เป็นตำนาน โอปอ
  • รุ่นพี่โบราณ เคยสร้างวีรกรรมขี้หน้าบันไดห้องคอมม่อนเดิมมาแล้ว
  • เพลง สวัสดีศิลปากร พี่ต้าโบราณเป็นคนแต่ง เด็กคณะโบราณร้องก่อนใครในมหา'ลัย ตอนนี้เป็นเพลงมหา'ลัยไปแล้ว
  • ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ เมื่อก่อนเคยเป็น ถนนศิลปิน ตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมาได้มีการยึดอำนาจโดยนังเลงท้องถิ่น ดำเนินกิจการจอดรถ(จอดยาก สาดด สาดด : ใครจอดรถที่นี่ได้คล่อง ก็ไม่มีที่ไหนในประเทศไทยที่ยาก อีกต่อไปแล้ว จริงๆ) เคยลองนับดู เมื่อจอดได้เต็มที่ จะได้ประมาณ 75 คัน ค่าจอด คันละ 30 บาท(ขึ้นจาก 2548/เดิม 20บาท) คูณดูเล่นๆนะ(อย่าลืมว่า ไม่ใช่จอดได้วันละ 75 คัน เพราะ มีการจอดแทนที่กันเรื่อยๆ ทั้งวัน) โอววว รายได้งาม
    • และไอ้ตรอกที่ว่าข้างบนตามโฉนดเดิมมันเป็นพื้นที่ของมหา'ลัย ปัจจุบันเป็นของ กทม.
    • เพิ่มเติม เมื่อก่อนคนเก็บตังค์ จะมี 3 ท่าน 1) อ้วนๆ อยู่ปากซอยด้านตุ๊กๆ คุยยาก โบกรถไม่เก่ง 2)ใส่เสื้อสีน้ำตาลๆ อยู่ตรงกลาง คนนี้ไม่พูดถึง (เดี๋ยวนี้คงไม่มีแล้ว) 3)ตัวใหญ่ๆ ดำๆ คุมตั้งแต่ปากประตูถาปัด ไปจนถึงทางออกด้านสนามหลวง หน้าเหี้ยมแต่คุยง่าย โบกรถเก่ง
    • ซอยดังกล่าวปัจจุบันเรียกว่า "ซอยเยี่ยว" เพราะเหม็นฉี่มาก เคยมองลงมาจากคณะโบราณเห็นคน(ชาย)มายืนฉี่ตัวเป็นๆ
    • ขอยืนยันเรื่อง "ซอยเยี่ยว" เคบผ่านไป พระเจ้าเหมือนได้ดมแอมโมเนีย
    • ตรอกหลังคณะสถาปัตย์ฯ มีตั้ง 2 ชื่อ ทั้งๆ ที่มันก็เป็นเส้นตรงตัดทะลุถึงกัน ทางด้านท่าช้างมีป้ายบอกชื่อว่า "ตรอกพระยาเพชร" ส่วนทางด้านสนามหลวงก็มีป้ายบอกแต่ดันชื่อว่า "ซอยศิลปากร"
  • ศาลเจ้าแม่ในสวนแก้ว หากเราเข้ามาทางหอสมุดผ่านประตูเหล็กสีแดง แล้วยกมือไหว้ศาลเจ้าแม่ ถ้ามีคนเดินมาจากทางศาลเจ้าแม่

เขาจะยกมือไหว้ตอบเราทุกคน

  • เด็กวังท่าพระไม่เคยกลัวรถ พวกที่ชอบนั่งเล่นหน้าตึก ศร 1 เห็นรถมาไม่ชอบหลบ ขนาดเคยมีโดนรถเหยียบตีนแตกยังไม่เข็ด!!!
  • ว่ากันว่าค่าเรียนปริญญาโทและปริญญาเอกที่ศิลปากร "ถูกที่สุด" ในประเทศไทย ค่าหน่วยกิต (ภาคปกติ หรือกลางวัน) ๓๐๐ บาทเท่านั้น
  • ของที่สโมฯถูกมาก จน น.ศ.จากที่อื่นยังมาเยี่ยมเยียนอยู่บ่อยๆ
  • รู้รึป่าวว่า???? ที่ตรอกเล็กๆยาวจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา (ตรงข้ามประตูด้านถนนมหาราช)เป็นที่ของ ม. แต่ไม่อาจไล่นักเลงคุมซอยออกไปได้ -"-
  • รู้ไหมว่ากระจกลิฟต์คณะมัณฑนศิลป์ ใครเป็นคนทำแตก? นั่นคือเด็กอินทีเรียร์ ใส่แว่นตัวสูง หน้านิ่งๆ นั่นเอง
  • แล้วรู้อีกไหมว่า ยามตึกเดค ชอบจับก้นนักศึกษาชาย @_@
  • กระจกบานเกล็ดบนยูเนี่ยน มองจากลานเอนกประสงค์ช่องที่ 5 จากขวามือ รุ่นพี่โบราณซัดบอลไปชนแตกตั้งแต่ปี 2538 โดยไม่มีการเปลี่ยน
  • และพี่โบราณอีกท่าน ปัจจุบันเป็น อ.อยู่ ม.ดังย่านอโศก เคยวิ่งชนห้องกระจกใต้ตึก ศร.1 แตกมาแล้ว โดยมีแผลแค่นิหน่อย (หนังหนาโคตร)
  • นักศึกษาสาขานิเทศศาตร์คณะไอซีทีเรียนที่วังท่าพระกับตลิ่งชันและกรุงเทพมหา นคร แต่ชื่ออยู่ที่เพชรบุรี (งงมะ) ข่าวล่าสุดทั้งนิเทศ ict กำลังรอลุ้นจะได้ย้านไปเรียนที่บางรักทันเดือนสิงหา 2551 นี้มั้ย?(ปัจจุบัน เรียนที่บางรักแล้ว)
  • นักศึกษานิเทศ ไอซีทีเป็นสาขาเดียวที่ใส่กระโปรงพลีทสีกรมท่า (สาขาออกแบบและธุรกิจเค้าใส่สีดำกันอ่ะ คณะเดียวกันแต่แหวกแนวอ่ะ)
  • แก้ไข นักศึกษาคณะไอซีที ทั้งสาขาออกแบบและธุรกิจตอนนี้ใส่กระโปรงสีกรมท่าแล้ว (2551)
  • ร้านกาแฟตรงหอศิลป์ถูกสั่งปิด(คาเฟ่) เพราะปรับปรุงตึก
  • ห้องสโมเป็นแหล่งรวมคำด่าของนักศึกษา
  • ได้ข่าวว่าตอนยูเนียนปิดปรับปรุง ร้านข้าวเลยย้ายไปอยู่หน้าตึกสถาปัตย์แทน บวกค่าโฟมด้วยข้าวจึงจานละ20บาท
  • ปีหนึ่งของโบราณคดีจะต้องใส่เนคไทสีม่วง (ซึ่งเป็นสีประจำคณะ) จนกว่าจะหมดช่วงรับน้อง เวลากลับบ้านจึงมีแต่คนมองว่าไอ้พวกนี้อยู่มหาลัยไหนเนี้ย โชคดีมาก สมัยก่อนต้องเอาป้ายห้อยคอขนาดเขื่องเขียนชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น กรุ๊ปเลือด และโรคประจำตัวแขนคอตั้งแต่ออกจากบ้าน เพราะถ้ารุ่นพี่เจอว่ามาแอบแขวนหน้ามอ วันนั้นโดนแน่ งึมๆๆ
  • ใครไม่รุ้จัก "ชนช้าง" ไม่ใช่เด็กศิลปากร (รู้จักตอนจบออกมาแล้วเนี่ย)

[แก้ไข] วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์(ทับแก้ว)

  • คณะแรกของวิทยาเขตนี้คือคณะอักษรศาสตร์ ซึ่งเป็นคณะที่ 5 (รหัสขึ้นต้น 05) ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • มีเพลงประจำวิทยาเขตคือเพลง ศรีสนามจันทร์ ซึ่งเเต่งโดย ว.วินิจฉัยกุล สมัยที่เป็นอ.ในยุคบุกเบิกของอักษร
  • นอกจากนี้ ว.วินิจฉัยกุล ยังแต่งนวนิยายเรื่อง "น้ำใสใจจริง" โดยทั้งฉากหลังและเรื่องราวเกิดขึ้นที่คณะอักษรในสมัยบุกเบิกเช่นกัน และมีอ.สกุล บุณยทัต(สอนละครอยู่ที่อักษร)เป็นตัวเอกในเรื่อง
  • ที่ทับแก้วริมบึงปรับปรุงใหม่แล้ว (เมื่อปี'48-'49 นี่เอง)
  • คลองตรงหน้าประตูฝั่งมาลัยแมนก็ถมแล้ว ตัดต้นไม้เกลี้ยง
  • จริงๆ อาคาร 50 ปี เป็นอาคารเรียนรวมของทุกคณะ แต่เนื่องจากคณะอักษรไม่มีตึกเรียนเป็นของตัวเอง เลยมาใช้ตึกนี้เรียนตลอด

ผลก็คือตอนนี้อาคาร 50 ปี มีชื่อเรียกกันติดปากว่าตึกอักษรฯ

  • คณะอักษรใส่ไปรเวทมาเรียนได้ ส่วนใหญ่จะเริ่มใส่กันตอนปีสอง หรือปีหนึ่งครึ่งหลัง บางทีเดินมานึกว่าเด็กเรียนอินเตอร์ ขณะนี้ปีหนึ่งภาคแรกก็เริ่มใส่กันแล้วในคาบเรียนรวม
  • ศึกษาศาสตร์คือคณะที่มีนักศึกษามาลงเรียนมากที่สุด (โดยเฉพาะเด้กจากวิศวะเทคโน) อย่าลืมลงเรียนวิชาอาจารย์คณิต และอาจารย์โรม เด็กเทคโนบางคนถึงกับคิดว่าตัวเองเรียน คณะศึกษาศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
  • ต่อจากข้างบน วิชาที่มีคนมาลงเรียนมากที่สุดคือ Sports Ed ว่ากันว่าใครไม่เรียนวิชานี้เหมือนไม่ได้จบจากทับแก้ว
  • ที่ทับแก้วนักศึกษาโชว์บัตรสามารถวางแผงขายของตลาดนัดวันพุธได้ในราคาถูก
  • ตึก 50 ปี ปิดสองทุ่ม แต่ลิฟท์ปิดหกโมงเย็น จริงๆ บางทีห้าโมงครึ่งก็ปิดแล้ว แต่ตรูมีเรียนหกโมงที่ชั้นหกนี่ว้อยย
  • กลางสะพานสระแก้วมีร่องรอยน้ำตาเทียนเหลืองๆ คล้ายๆ มีการประกอบพิธีกรรมอะไรซักอย่าง วันดีคืนดีจะมีซากฝาเบียร์และขวดเบียร์หลงอยู่ด้วย
  • ประตู+ป้ายมหา'ลัยแห่งแรกของฝั่งทับแก้วอยู่ฝั่งพระราชวังฯ
  • จริงๆเเล้วป้ายนี้ถือเป็นป้ายมหาลัยอันเเรกด้วย เเล้วย้ายมาอยู่ที่ฝั่งทับเเก้วตอนที่เริ่มก่อตั้งวิทยาเขตใหม่ๆ เเล้วพอก่อตั้งฝั่งเพชรบุรี ป้ายนี้ก่อถูกย้ายไปที่นั่น ก่อนที่จะย้ายกลับมาที่ทับเเก้วอย่างถาวร
  • มาคอนเฟิร์มเรื่องตกปลาในสระแก้ว คนกินเอฟ 1 ตัว คนตกเอฟ 2 ตัว (ปล.ตกปลามาสองตัวนะ)
  • ที่ศิลปากร ทับแก้ว ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ลงในน้ำจะติด F ถ้าเห็นตุ๊ดตู่ขึ้นจากน้ำจะได้ A บางคนเห็นตุ๊ดตู่กำลังขึ้นจากน้ำแล้วกลับไปลงน้ำเลย F ไปซะ ในขณะที่บางคนเห็นตุ๊ดตู่ว่ายเวียนวนทำท่าเหมือนจะขึ้นอยู่นั่น จ้องก็แล้วอะไรก็แล้ว ไม่ยอมขึ้นมาซักที นั่นหมายความว่าอย่าหวัง A อีกเลย เหอเหอ
  • และถ้ามาศิลปากร ทับแก้ว ถ้าไม่เจอตุ๊ดตู่แสดงว่ามาไม่ถึงศิลปากร
  • แต่ก่อนบริเวณหอในหญิงจะมีลานนม (ชอบไปนั่งกินข้าวเย็นริมบึง)ตอนนี้ไม่มีแล้ว สร้างหอทับ
  • ตึกกระทะ เป็นหอประชุมเล็กที่ใช้เรียนรวม
  • แต่ละคณะมักจะมีเธค เด็กคณะอื่นมาแจมได้ (อักษรไม่เห็นมีอ้ะ)
  • เธคของคณะเทคโน จะต้องมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมายืนคุมเสมอ
  • สัดสาดรุ่น 1 รับน้องโดยวิดยา เลยทำให้สองคณะนี้เคยเป็นพี่น้องกัน
  • แต่ก่อนในทับแก้วจะมีแค่คณะอักษร กับ ศึกษา ที่มีลีด ตอนนี้เภสัชก็มีมั่งแล้ว ส่วนลีดเทคโน กับวิทยา เป็นผู้ชาย หลีดเทคโนแข็งขันมากประหนึ่งนักเรียนนายร้อย ส่วนหลีดวิทยาน่าจะเป็นพวกซูเปอร์แมนนั่นเอง
  • ลีดอักษร เป็นคณะเดียวที่ได้รับเกียรติให้เต้นเพลง Santa Lucia กับ กลิ่นจัน (เพลงมหาลัย) ในวันสุดท้ายของ freshy game
  • ขึ้นชื่อว่าอักษร นอกจากจะสอนภาษาเเละมนุษยศาสตร์เเล้ว คณะนี้ยังสอนศิลปะเเทบทุกอย่าง ตั้งเเต่วรรณศิลป์ ทัศนศิลป สังคีตศิลป์ ยันการละคร เรียกได้ว่าเป็นคณะที่เรียนครอบจักรวาล
  • อักษรมีโรงละครของตัวเอง 2 โรง คือ A4 เเละโรงละครทรงพล ซึ่งถือเป็นบ้านหลังที่ 2 ของพวกเอกนาฏศาสตร์ (การละคร)
  • โรงละครทรงพลของคณะอักษร เค้าเล่าลือกันว่ามีสิ่งลี้ลับ (ก่อนจะเข้าไปทำกิจกรรมอะไร รุ่นพี่จะให้พวกน้อง ๆ ปีหนึ่งจุดธูปไหว้ก่อน)
  • วันสุดท้ายของพิธีรับน้อง รุ่นพี่จะให้น้องปี 1 หลับตา แล้วพวกพี่ๆจะจุดเทียนร้องเพลง พวกพี่ๆ จะมาผูกข้อมือน้อง เล่นเอาน้ำตาไหล
  • มีเรื่องเล่าขานของหอหญิง 3 และ 4 ว่า สร้างทับคุกเก่า เคยมีแม่บ้านหอ 4 เล่าว่า ตอนกลางคืนจะได้ยินเสียงคนเดินลากโซ่ตรวน
  • หนุ่มๆ คณะวิทยา ชอบจีบสาวอักษร ส่วนคณะเทคโนฯ จะชอบจีบสาวศึกษา จนมีคำขวัญประจำวิทยาเขตว่า 'อักษร-วิดยา ศึกษา-เทคโน'แต่เด็กเทคโนเป็นแฟนกับเด็กอักษรก็มีมากนะ (ที่จริงไม่น่าใช่หรอก เพราะสแตนเชียร์ของอักษรกับวิทยามันอยู่ตรงข้ามกัน เลยชอบแซวกันเอง ส่วนของศึกษากับเทคโนก็เหมือนกัน)
  • ท้องฟ้าคณะวิทยาศาสตร์ ไม่มีดาว (มีแต่ซุปเปอร์แมน ชอบก่อกวนชาวบ้านเวลางานกีฬาเฟรชชี่) ออกแนวทะลึ่ง+น่ากลัว
  • อาหารสุดฮอต (ตอนนั้น) คือกระทะร้อนนานาชนิดข้างม.(ร้านใหญ่กระทะร้อน)อาหารที่อาร์ต( อาร์ตเอเวอร์นิว )ส่วนร้านเครื่องดื่ม มี แฮบปี้คูล เดี๋ยวนี้เปิดในมอแล้ว เต็นท์เขียวอีกที่ ศูนย์รวมเด็กม.ตอนเย็น ๆ ตอนที่เข้าเรียนปี 38 ก่อนเป็นร้านกระทะร้อนเป็นร้านข้าวหมูแดง หน้าเป็ด มันไก่ เด็กทับแก้วเรียกข้าวหน้าสัตว์
  • หน้าม.จะมีร้านลุง ทำทูน่า3รสอร่อยสุดยอด
  • ตอนเย็นๆ Art Avenue คือแหล่งรวมเด็กหอข้างๆ ม. ในนั้นมีร้าน Tipto เป็นร้านเช่าการ์ตูนที่ใหญ่ที่สุดในนครปฐม
  • กิจกรรมยอดฮิตตอนดึกของเด็กหอคือ คาราโอเกะ (ถ้าหอนอกก็ Spirit , Little Shake เอิ๊ก ๆ)
  • หมูย่างโรงแรมเวลล์อร่อยมากกกก เล่ากันว่า ป้าที่ขายหมูเวลล์เคยเป็นมาม่าซังมาก่อน จากนั้นลุงคนขายก็มาจีบจนเป็นตำนานรักหมูเวลล์ ชายใดหวังจะจีบหญิงให้ซื้อหมูเวลล์ไปฝาก
  • เด็กที่บ้านอยู่ไกลจะได้อยู่หอ บ้านใกล้หาหอนอกอยู่เอาเอง ปี51 เด็กกรุงเทพฯไม่ได้หอในกันเพียบ
  • บางทีเราก็แยกไม่ออกหรือลืมไปว่าอาร์ทมันอยู่นอกรั้วมหาลัยแล้ว รวมถึงพระราชวังสนามจันทร์ มันติดกันเกินไป
  • ซอยข้างม.ทางเข้าพระราชวังเป็นถนนนะไม่ใช่ซอย มีชื่อด้วย "ถนนราชมรรคาใน" แต่มีจักรยานกับมอไซด์เป็นส่วนมากของเด็กทับแก้วทั้งนั้นแหละ แถมเป็นถนนตันอีก นานๆก็มีรถทัวร์มาลงที
  • จากข้างบน ทัวร์เค้ามาลงพระราชวังสนามจันทร์นะ แต่วันดีคืนมีคณะนักท่องเที่ยวมาทัวร์ในม.เรา ให้มันได้งี้สิ! ม.เราเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว
  • หอชายที่นี่จะใช้ชื่อว่า หอทับแก้ว ส่วนหอหญิงเรียกว่า หอเพชรรัตน์ มีหอทับแก้ว 3 หลุดไปอยู่ข้าง ๆเพชรช็อป ตรงข้ามกับหอหญิงอยู่หอเดียว สบายไป ส่วนหอทับแก้ว 1 และ 2 อยู่ทางฝั่งศึกษา
  • ใครจับปลาในสระแก้วมากินจะเปอร์
  • ตอนนี้ไม่มีลานนมแล้วเหรอ เสียดายจัง มีแต่ว่าเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น เพชรช็อป อ่านว่า เพ็ด ฉอบ แล้วตอนนี้ก็มีเพ็ดฉอบสอง อยู่ตรงข้ามกัน มีสะพานข้ามไปด้วย จัดเสียสวยเชียว
  • จากข้างบน ถ้าเข้าหลังรุ่นปี49 ก็ไม่รู้หรอก ว่าเพชรช้อบใหม่ช่างแตกต่างสิ้นเชิงกับเพชรช้อบเก่า นอกจากรุ่นพี่จะบรรยาย
  • หอพักหญิงปิด 4 ทุ่ม ยกเว้นคืนวันศุกร์และเสาร์ปิด 5 ทุ่ม แต่หอชายเปิดตลอด (หอชายก็มีปิดนะ 5 ทุ่มครึ่ง)
  • รุ่นปี47 คือรุ่นแรกที่ได้ใช้หอ7 ทำให้หอ7มีเด็กรหัส47มากสุดใน4ปี (จบกันปีนี้นิ '51)
  • สมัยก่อนพาหนะประจำตัวคือ...จักรยาน และถ้าหากจักรยานท่านหายควรไปหาที่ตึกถาปัดก่อน จักรยานเด็กอักษรหายประำำจำ ตามได้ที่แถวตึกเดค
 ช่วงปี 40 - 42 จักรยานหายบ่อย จนมหาลัยมีการตีทะเบียน จักรยาน โดยใช้รหัสนักศึกษา แต่กระนั้นก็หายอยู่ดี
  • ว่ากันว่า รถโบราณ ประมาณ จับหมู เวสป้า volk เต่า เขาชอบกันมาก
  • มีลานนม และสระแก้ว แล้วก็ศาลาโกหก
  • มีวันล่าเอี้ย ด้วยล่ะ
  • มีบ้านจักรยานเป็นที่ซ่อมจักรยานของนักศึกษา น่ากลัวได้อีก บรรยากาศหลอนมากขนาดเป็นตอนกลางวันถ้าเงียบ ๆ ยังไม่กล้าขับผ่านคนเดียว
 มีร้านซ่อมจักรยาน 2 ที่ คือ ย้านจักรยาน และข้างหอทับแก้ว 1  ซื่งรับล้างรถจักรยานด้วยนะ ตอนเรียน ใช้บริการประจำ เคลือบเงาให้ด้วย
  • แต่ก่อนนอกจากจะมีสระแก้วแล้ว ก็มีสระขวด หน้าคณะศึกษา แต่ตอนนี้กลายเป็นตึกศึกษาไปแล้ว
  • เด็กทับแก้วเชื่อกันว่า ใครที่มาอยู่ที่นี้จะต้องมีใฝ่หรือขี้แมลงวันบนมือหรือนิ้วทุกคน ไม่เชิ่อก็ลองเอามือมาดูซิ
  • คนอื่นชอบมองว่าเด็กหอหญิง 7 เป็นเด็กไฮโซเนื่องจากราคาที่แตกต่างจากหออื่น ลิบลับ
  • แก้วน้ำที่ใส่น้ำดื่มเอาขวดโหลกาแฟมาทำเป็นแก้วน้ำ น้ำแข็งแก้วละบาท
  • กระดานฝากรักจะอยู่หน้าร้านนมที่เพชรช็อป (จบไปเมื่อปี 47 เดี๋ยวนี้ยังอยู่หรือเปล่าอะจ๊ะ)
  • ถ้าตุ๊ดตู่ข้ามถนนต้องหยุดรถแล้วให้เค้าข้ามก่อน
  • เป็นมหาลัยที่ต้นไม้เยอะมากๆและร่มรื่นที่สุด น่าอยู่ (ปี 2550)เริ่มหดหายไปมากตึกและตึกผุดมามากยังกับดอกเห็ด
  • โรงอาหารอักษรชื่อ ยูเนียน ส่วนโรงอาหารข้างหอ ชื่อเพชรช๊อป
  • นักศึกษาวิทยาปี1 ต้องเรียนเปตองเพื่อเป็นตัวช่วยโดยเฉพาะ วิดยา และเทคโน ลงกับเพียบ
  • ทับแก้ว เคยเป็นสถานที่ที่เด็กสัดสาดรุ่น1-3 มาเรียน
  • ถึงชื่อมหาลัยจะเน้นศิลปะแต่ทางด้านวิทยาศาสตร์เราก็แข็งมากๆ โดยเฉพาะฟิสิกส์ คณะเทคโนตกกันครึ่งคณะเชียว แต่เด็กฟิสิกส์ตกเคมีกันยกเอก
  • คณะวิดยาจัดงานรื่นเริงบ่อยมากกกกกกกกกกกก โดยเฉพาะเธคกะโฟล์กซอง
  • สะพานสระแก้วแต่ก่อนไม่มีไฟ แต่เดี๋ยวนี้ติดแล้วเพื่อความปลอดภัยเพราะแต่ก่อนมีคนมาทะเลาะกันที่สระแก้ว แล้วยามไม่รู้เอามีดฟันกันเลย
  • แล้วโคมไฟที่สะพานสระแก้วก้อเหมือนจานบิน แต่แทงค์น้ำตรงทางเข้าตึกอธิการบดีน่าจะเป็นจานบินจริงๆ
  • สะพานสระแก้ว อนุสาวรีย์แห่งความทรงจำ ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของศิลปากร สนามจันทร์เลยทีเดียว ใครไม่เคยมานั่งสะพานสระแก้วตอนเรียนที่นี่ ไปตายซะ !!!!
  • คณะวิทยาฯจะเป็นที่เรียนรวมของคณะเทคโน เภสัช อักษร ศึกษาบางสาขา จึงทำให้คณะวิทยาฯไม่เคยเงียบ ในขณะที่คณะเทคโนเงียบได้อีก
  • ตึก รวท. เหมือนกระทะ มากกว่าตึกกระทะจริงๆซะอีก เค้าว่ากันอย่างนั้น
  • ปัจจุบันยังมีเด็กสัดสาดรุ่นเก่าเรียนอยู่ทับแก้ว (เมื่อไหร่จะปล่อยกูไปสักที T_T)
  • เป็นจุดเดียวของจังหวัดนะที่หนาวตอนหน้าหนาว จริงๆ โดยเฉพาะเมื่อมีงาน SMA จะกลายเป็นงานแฟชั่นหน้าหนาว
  • SMA หรือ Silpakorn Music Award คืองานประกวดดนตรีที่เน้นว่า กูเอามันส์ มากกว่ากูเอารางวัล จนคนดูต้องไปเต้นยัวเยียะกันหน้าเวที
  • ที่ไปเย้วๆๆกันไม่ใช่เพราะเพลงจาข้างบนมันจะมันมากมายอะไร แต่แห่กันไปเย้วเป็นหน้าม้าช่วยเพื่อนที่ประกวด ขนาดใกล้สอบก็ยังอยากไปดิ้นกันอยู่ ไม่กลัวตกกันเลยทีเดียว
  • ถ้ามาสะพานสระแก้วตอนเช้าในหน้าหนาวคุณควรเอาผ้านวมมาด้วย
  • พระท่านจะบิณฑบาตร 2 เวลา เวลาละรูปคือ 6 โมงครึ่งกับ 7 โมง
  • มีความเชื่อกันว่าอยู่หอในห้ามสวดคาถาชินบัญชร และเวลาแผ่เมตตาก็ให้ระบุชื่อคนรับด้วย มิฉะนั้น จะมีคนอื่นตามมาขอส่วนบุญอีกเพียบ (ไม่รู้จริงรึเปล่า)
  • ฝั่งทับแก้วจะเป็นที่รวมเด็กทุกคณะเวลาทำกิจกรรมร่วมกัน อย่างรับน้อง กีฬาเฟรชชี่ กีฬาเฟรชชี่ปี 51" แยกกันจัดวิทยาเขตใครวิทยาเขตมัน
  • ณ บัดนี้ก้อยังไม่รู้ว่าตึกศิลป์1 เป็นของจิตรกรรมหรือเดคหรือว่าถาปัตย์กันแน่
  • ตึกศิลป์ 3 ก้อเช่นกัน หมายเหตุสวยมาก เค้าว่ากันว่าเป็นของเด็กเดคนะ
  • ห้องโถงบนศูนย์วิจัย เคยเป็นที่กบดานของเด็กสัดสาดรุ่นแรกๆ
  • เด็กที่นี่เรียกเด็กคณะมัณฑนศิลป์ว่าเด็กเดค
  • ตึกของคณะเทคโนเป็นตึกที่ใหญ่มากกกก มีกระดานดำให้เรียนด้วยน่ะเออ
  • ตึกห้าสิบปีตรงอักษร ลานหน้าศูนย์หนังสือ ตอนเย็นๆถึงดึก จะมีท่านอาจารย์มาเต้นลีลาศกัน
  • มหา'ลัยเริ่มรณรงค์เรื่องการกินเหล้า เพื่อให้เป็นมหาลัยสีขาว
  • พวกเราจึงเริ่มเปลี่ยนมาบริโภคเหล้าขาวกันมากขึ้น
  • ยามหน้ามหาลัยเป็นมิตรกะกระเทย
  • ศิลปากรมีว้ากกระเทยน่ะจ๊ะ ว่ากันว่าน่ากลัวกว่าว้ากปกติอีก
  • วันพระใหญ่ คือวันรวมกระเทยเฟรชชี่มาทำกิจกรรมร่วมกัน
  • อ.ก.ท.ก. องค์การกะเทยทับแก้ว ตอนนี้มีเสื้อทีมแล้วนะ ประมาณพรางชมพู
  • เรื่องทำบุญ เด็กที่นี่ก็ชอบตักบาตรกันนะ มีพระองค์เดียวนั่นแหละ ถ้ามาไม่ทันก็..... วันพุธจะมีเชิญพระมานะที่สนามฟุตบอลมาตักบาตรกัน
  • กระเทยที่นี่เยอะมากกกกกกกกกกกกกกก และแต่งหญิงได้(บางคนสวยกว่าผู้หญิงแท้เสียอีก)
  • คณะที่ช่วยกันก่อตั้งฝั่งทับแก้วคือ อักษร ศึกษา วิดยา
  • รวมถึงช่วยกันกำจัดวัชพืชที่ลอยอยู่ในสระแก้วในยุคแรกๆ ด้วย
  • เพราะมันขึ้นเยอะมากกกกกกกถึงขนาดหนูวิ่งเล่นแล้วไม่ตกน้ำอ่ะ
  • ตลาดนัดวันพุธจะถูกบรรจุเป็นวิชา Marketing สำหรับนักศึกษาแล้ว
  • ตลาดนัดวันพุธ เป็นศูนย์รวมเสื้อผ้าแนวๆ ที่นำเทรนด์กว่าที่อื่นมั่กมายยยย และแหล่งอาหารตาสำหรับหนุ่มๆ เด็กที่นี่ชอบเอาของแฮนเมดมาขายกัน แล้วจะมีร้านเด็กแนวเพียบ เด็กที่อื่นนอกจากศิลปากรก็นิยมมาเดินกันมากมาย
  • ของกินก้อเยอะมากกกกก
  • เรียนที่นี่ถ้าจะเอากระดาษใบเดียวที่เรียกว่า ปริญญาบัตร เชิญร้านถ่ายเอกสารดีกว่า เรียนจบยยากกกกกกกมาก
  • วิดวะ วิดยา เภสัด คือ เรียนก็ยากกันship loss อาจยากกว่าหลายสถาบันดังอื่น แต่พอบอกว่า เรียนอยู่วิศวะศิลปากร โดนถามกลับว่า ศิลปากรมีวิศวะด้วยเหรอ ร่ำไป (มันน่างอนไหม)
  • เด็กสัดสาดรุ่น 1-3 ที่เรียนที่นี่ จะได้คะแนนจากวิดยาเป็นเลขลงตัวน้อยๆ เมื่อเทียบกับ วิดยา วิดวะ เภสัช (เศร้าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ)
  • และถ้าเรียนจบออกจากที่นี่ได้ ถ้าไม่ได้ถ่ายรูปชุดครุยคู่กับสะพานสระแก้ว และตึกแดนเนรมิต (พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ แห่งพระราชวังสนามจันทร์) ก็แสดงว่าไม่ได้จบจากทับแก้วอีก
  • ครุยวิทยฐานะของที่นี่อีกนิดเดียวก็จะเป็นชุดพ่อมดในแฮร์รี่ พอตเตอร์แล้ว วิศวะ=กิฟฟินดอร์ เภสัช=สลิธิลิน อักษร=เรเวนคลอ วิดยา=ฮัฟเฟิลพัฟพ์ แต่รับรองครุยที่นี่สวยสง่ากว่ามากมาย
  • ศิลปากรถูกจัดเป็นมหาลัยขนาดใหญ่ของประเทศเทียบเท่าจุฬาฯหรือทามมายสาดแต่ ที่นี่ใช้เวลารับปริญญาแค่3ช.ม.ไม่ถึงครึ่งวันก็เสร็จ! (พระเทพฯพระราชทาน)
  • ตอนเป็นปีหนึ่งอาทิตย์แรก รู้สึกคิดถึงบ้าน พออยู่ไปอีกสองอาทิตย์ จำทางกลับบ้านไม่ได้
  • เหล้ากะเบียร์ เป็นเครื่องดื่มประจำมหาลัยไปแล้วจนในบางคณะ เราสามารถพบซากขวดได้ทุกที่แม้กระทั่งห้องน้ำ
  • มหาลัยเราเปิด 24 ชม.น่ะจ๊ะ เพราะเราไม่เคยหลับกันเร้ย อ่านหนังสือกันตรึม พบกันหน้าเซเว่น
  • ที่เซเว่นจะมีเครื่องชั่งน้ำหนัก เสียงดนตรีดังตลอด จนพี่เขาต้องไปเอาเสียงเพลงออก เด็กชั่งตรึมมากๆ
  • ไฮโซที่ไหนมาเจอศิลปากรเข้าไปความเซอร์เข้าสิงทันที เห็นเซอร์ๆ อย่าดูถูก ขับรถเบ้นซ์มาเรียนแต่เอาเข้าไม่ได้เลยต้องจอดข้างนอกแล้วเดินมาเรียนในมอ ไม่ก็ปั่นจักรยานเข้ามา
  • อยู่ในมอชั้นว่าชั้นแต่งตัวก้อธรรมดาเหมือนคนอื่น แต่พอออกนอกมอไปข้างนอกทำไมมีแต่คนมองว่ะ
  • เครื่องแต่งกายอย่างหนึ่งที่ต้องรู้จัก แล้วก็ผูกกันจนเชี่ยวคือ กางเกงเล อ้อมีห้ายอ เป็นสไตล์เด็กเรา แต่ว่าจำไม่ได้ ยาง ยืด ยีน ย่าม ยาว
  • สันทนาการที่ว่ากันว่าถึกมั่กมายก้อเหงจะเป็น จิตรกรรม กับ วิดยา เพราะเป็นชายล้วน หนำซ้ำยังใช้มือตีอีก อู้ววว์จ๊อด สันทนาการของวิทยาเป็นอะไรที่ทุ่มเทมาก เต้นกันสุดตัวสุดใจ
  • ช่วงรับปริญญาคุณจะเห็นสิ่งที่คุณไม่สามารถหาจากมหาลัยอื่นได้ และผู้ปกครองก้ออย่าตกใจที่เห็นลูกของท่านเป็นอะไรกัน ฮ่าๆๆ
  • ใครอย่าไปโดดน้ำข้างตึกวิทย์4ของคณะวิดยาน่ะ เพราะคุณอาจจะไม่รอดได้ เต็มไปด้วยสารเคมีจากภาคเคมี
  • วันดีคืนดี คูน้ำหน้าคณะวิทยาจะน้ำเหม็นมากจนปลาขึ้นอ้าปากหายใจเต็มคูเลย เพราะว่าเป็นน้ำสารเคมี
  • เขาว่ากันว่า มีแก๊งบ้าพลัง ปั่นจักยาน เฟรชสัน สนามจันทร์ยัน หาดเจ้าสำราญ
  • ว่ากันว่าทับแก้ว 1 เคยเป็นทั้งหอพักและอาคารเรียน
  • ทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชายครั้งแรก 2540 เมื่อทับแก้ว 3 เปิดเป็นหอชาย ทับแก้ว 1 จึงกลายเป็น หอหญิง (ตอนเราอยู่ปี 3 ปี 40)
  • เด็กปี 1 วิดยาทุกคนจะขนลุกเมื่อเดินผ่านลานจอดรถข้างตึกวิทย์ 4... เพราะมันเป็น...ลานเชียร์!!!! ขำๆ
  • ร้านน้ำเจ๊หลีเพชรช็อป อร่อยโคตรๆ รู้สึกชื่อร้านลิป
  • เหล้าขาวคือน้ำเปล่าสำหรับที่นี่ กินกันทุกวัน ก่อนสอบยังไม่เว้น (ส่วนมากจะเมาเข้าห้องสอบ)
  • ตอนเรียนที่นอนคือสะพานสระแก้วไม่ก็ตามศาลาไม่ก็ลานไทร ตอนสอบ ที่นอนคือหอสมุด เพราะช่วงสอบปลายภาคจะเปิด 24 ชม. ห้องสมุดจะเต็มเอี๊ยดได้อีกเวลาสอบ หาที่นั่งอ่านหนังสือแทบไม่มี
  • นศ.ที่นี่บางคนลงตัวช่วยมากกว่าตัวที่เรียนซะอีก (เอกตัวช่วย)
  • ปลาที่สระแก้วเป็นปลาที่อ้วนและอยู่ดีกินดีมากที่สุดในโลก เพราะมีคนให้อาหารปลาทั้งวันทั้งคืน (ตอนกลางวันเป็นขนมปัง แต่กลางคืนคืออาหารที่คนให้กินตอนกลางวัน โอ้กกกกกกก)
  • ตอนนี้หอหญิงปิด4ทุ่มครึ่ง หอชายปิด 5 ทุ่มครึ่ง
  • คณะที่ผู้หญิงน่ารักและมาแรงตอนนี้คือคณะเภสัช ที่จริงทุกคณะผู้หญิงก็ต้องมีสวย มีน่ารักกันทั้งนั้นล่ะ
  • พี่ตุ่มคนขายผลไม้ (รถมอไซด์พ่วง-ไม่รู้เดี่ยวนี้ยังมีรึเปล่า)ไม่ได้ขายกับสามีตัวเองนะ แต่เป็นคู่เขยกัน คือ พี่ตุ่มกับสามีจะสลับกันขายคู่กับสามีหรือภรรยาของน้องหรือพี่ตัวเองนี่แหละ (ไม่แน่ใจ) เคยถามพี่เขาแล้ว ก็ได้คำตอบว่า ถือเคล็ดผัวเมียไม่ควรขายของด้วยกัน ???
  • ใครอยู่ทับแก้วต้องรู้จัก "ป้ามุก" เมื่อก่อนขายผลไม้กะข้างบนนั่นแหละ แต่หลังจากมีปากเสียงนิดหน่อย ก็แยกตัวมาตั้งร้านที่ข้างตึกกะทะกะยูเนี่ยน เอาเป็นว่าอยากรู้จักใครในทับแก้วไปถามเจ๊มุกแล้วกานนนนน(มีไรเคลียร์มุกนะ ฮ๊า)
  • มีคนตกจากดาดฟ้า D5 (คืนหนึ่งในปี 41 เทอม 1)ลงมาโดนแทงค์น้ำบุบ (มุมตรงข้างห้องคอมมอน ทางเข้าเพชรช้อป)มีเสียงลือไปต่างๆ นานา ทั้งตายและไม่ตาย บ้างก็ว่าเป็นเด็กจากม.อื่นช้ำรักมาโดดตึก บ้างก็ว่าเป็นเด็กม.เรา เดินเล่นบนดาดฟ้าแล้วพลัดตกลงมา แต่ที่แน่ๆ หลังจากนั้นก็มีการปิดดาดฟ้า D5 เคยมีเปิดอยู่คืนนึง ให้นักศึกษาไปดูจันทรุปราคา
  • ลุงโกะ คือ ชื่อของผู้ก๋อตั้งและเจ้าของ Art Avenue (ไม่รู้ว่าแกยังอยู่ไหมนะ) และเป็นชายผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงว่าชอบหม้อสาวอักษร (ทั้งที่หน้าตาดีและไม่ดี)
  • ตาโกะเนี่ยยังเป็นเด็กจิตกำอีกด้วยนะ เรียนจบรุ่นเดียวกับติ๊ก กลิ่นสี และแกยังขาย postcard เป็นอาชีพเสริมอีก
  • พี่บอล (Scrubb) มีน้องสาวเรียนคณะอักษรฯ ชื่ออิ๊บ หน้าตาโขกกันออกมาเลย บางคนว่า อิ๊บ คือบอลตอนเป็นผู้หญิง ส่วนบอล คืออิ๊บตอนเป็นผู้ชาย !!!!
  • ตอนนี้คณะอักษรมีตึกใหม่แล้ว เรียก ตึก 36 ปี ตึกของเด็กอักษร เห็นมีเเต่พวกผู้ชายเทคโนมานั่งหน้าหม้อมองสาวอักษรกันประจำ - -"
  • ในสระแก้วเคยมีคนตาย5คน 3คนแรกเมื่อสามสิบปีที่แล้วเป็นเด็กสามคน คนที่สี่คนงานล่าสุดเป็นนักศึกษาเทคโนเมื่อปี51นี้เอง
  • นักศึกษาเทคโนคนนี้ตายในวันเกิดของตัวเอง
  • ผู้ชายอักษรหายากมาก กว่าครึ่งก็เป็นเกย์ ไม่ก็กะเทยไปเลย
  • ในขณะที่ผู้หญิงอักษรก็เยอะเกิ๊นนน มากมายจนละลานตา หลายคนก็ยังค้างเติ่งอยูบนคาน หาทางลงไม่ได้ เพราะผู้ชายสมัยนี้เริ่มน้อยลงทุกวัน นอกจากนี้บรรดากะเทยในคณะก็สวยกว่าผู้หญิงกันมากมาย
  • เรียนอักษรเหมือนอยู่โรงเรียนหญิงล้วน เหอเหอ
  • มีความเชื่อกันอีกว่า ถ้าไม่สามารถหาแฟนได้ภายในปีหนึ่ง ปีต่อ ๆ ไปก็อย่าหวัง
  • เรื่องผีในมหาวิทยาลัยมีเยอะแยะมากมาย ใครมี sense มาอยู่ที่นี่รับรองได้เจอตลอดเวลา
  • คณะอักษรมีเรื่องเล่าลือในสิ่งลี้ลับตลอดเวลา เพราะเล่าลือกันว่าแต่ก่อนเป็นลานประหาร
  • คณะเทคโนก็มีเรื่องเล่าเรื่อง Blue Road เฮี้ยนเหมือนกัน
  • และถนนสายนี้เคยเป็นสถานที่รับน้องแสนโหดของสัดสาด
  • ศาลอักษรยกศาลใหม่แล้ว เพิ่งทำการบวงสรวงไปเอง
  • อาคารหอสมุดที่นี่อยู่ติดกับตึก ม.ล. ปิ่น ชั้นล่างก็ไปนั่งอ่านหนังสือได้ เงียบดีเหมือนกัน
  • ทุกสถานที่ในมหาวิทยาลัยที่มีที่นั่งชิล ๆจะมีร้านขนม กาแฟอยู่เสมอ
  • ชั้นล่างของหอสมุดจะมีร้านขายขนม กาแฟอยู่ด้วย แล้วก็มีโทรทัศน์มีโซฟา อารมณ์ประมาณล็อบบี้โรงแรม
  • เพชรช็อปกับยูเนี่ยนตอนกลางวัน อย่าหวังว่าจะมีที่นั่งกิน แน่นอย่าบอกใคร
  • บาร์นมอารมณ์ดี ตรงข้ามมหาวิทยาลัย มีกระดาษให้เขียนบอกรักกันได้ด้วย
  • ตอนนี้มีร้านสุกี้บุฟเฟ่ต์อยู่เยื้อง ๆ มหาลัย อร่อยมาก ไม่แพงด้วย เพราะไม่ต้องเสียค่าน้ำก็ได้ มีน้ำให้กดเติมได้ตลอด
  • แนะนำร้านไทยชงตรงเต๊นท์เขียว อร่อยอย่าบอกใคร โดยเฉพาะ ชาเย็นหางโกโก้ กับชาเขียวใบหม่อน
  • เด็กที่นี่แทบทุกคนต้องเคยกินไอติม ไอส์์เบิร์ก แถวองค์พระ อร่อยเพื่อสุขภาพอย่าบอกใคร คนแน่นตลอด ไปช้าอาจหมดได้ เปิดเฉพาะวันคู่
  • คณะอักษรเป็นคณะที่ไม่มีว๊ากผู้หญิง มีแต่ว๊ากชาย
  • คณะอักษรจะมีเทศกาลละครตลอดปี จากเด็กเอกละคร
  • ใครที่ได้ไปไหว้พระพิฆเนศร์ วิ่งออกกำลังกายและให้อาหารปลาในสนามจันทร์ ขอบอกว่าคุณคือเด็กทับแก้วตัวจริง
  • พระราชวังสนามจันทร์สามารถถ่ายรูปได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ห้ามถ่ายนอกเวลาที่กำหนด
  • สี่แยกหน้าคณะอักษร เป็นสี่แยกวัดใจ ควรมองให้แน่ใจก่อนว่าปลอดภัย ไม่งั้นจะได้วัดพื้นแทน
  • ตุ๊ดตู่เปรียบเป็นมาสคอตของทับแก้ว
  • ใครที่เคยเรียนได้เกรด 4 มาตอน ม.ปลาย ก็สามารถมาติดเอฟที่นี่ได้ง่าย ๆ เหมือนกัน
  • ว่ากันว่า รูปปั้น ย่าเหล เป็นทองแดง ลองสังเกตุดู

โรงเรียนสาธิตเดี๋ยวนี้เขาเปิดภาควิชาเรียนศิลปะเหมือนคณะจิตรกรรมและ มัณฑณศิลป์เด่ะๆเรียกกันว่าศิลปากรจูเนียร์วันๆไม่เรียนสามัญเลยวาดรูปล้วนๆ (ตอนนี้กะลังจะมีตึกปั้นแล้ว) ไม่จริงเห๊อะ วิชาหลักก็เรียนคาบศิลปะพอๆ กับไทยสังคมอังกฤษเลยนะ ปีหน้าจะรับเด็กเพิ่มถึง 30 คน

  • คณะเทคโนฯ ศิลปากร เป็นวิศวะอีกที่ที่ประชากรผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย
  • งานรำลึกถึงอ.ศิลป์ พีระศรี ที่ฝั่งทับแก้วจะจัดในวันที่ 12-13 กันยายน ของทุกปี (เป็นวันสานสัมพันธ์รักท่าพระ-ทับแก้ว) สนุกมากๆ

[แก้ไข] วิทยาเขตตลิ่งชัน

  • พื้นที่ของ ม. จริงๆแล้วเป็นของศูนย์มานุษย์!!! (จริงๆเเล้วไม่ใช่ สมัยก่อนศูนย์มานุษย์เคยอยู่ในความดูแลของศิลปากรมาก่อน แต่ตอนนี้โอนให้รัฐไปแล้ว...)
  • ว่ากันว่ามี ตุ๊ดตู่ อาศัยอยู่ใต้บันไดทางขึ้นศูนย์มานุษย์ จะเห็นได้ว่าโดน จนท.เอาอิฐมาปิดช่องตัดตอนแล้ว
  • ดุริยางค์เรา ทำทุกสิ่งให้เป็นดนตรีได้ เจ๋งหว่ะ
  • สันทนาการของเด็กดุ(ริยางค์)ใช้กลองชุดไฮโซซซซซซ
  • เวลามีคอนเสิร์ตเจอเด็กดุไปดิ้นกันไม่หยุด มันส์กระจาย (เพราะว่าที่เล่นอยู่บนเวทีเป็นรุ่นพี่คณะ)
  • กีฬายอดนิยม ปืน BB บอลลูน ซ่อนหา
  • ผู้หญิงปี 1ใส่พรีทยาวถึงตาตุ่มเพราะผู้ชายคณะนี่เห็นตาตุ่มผู้หญิงแล้วจะเกิดอารมณ์
  • คณะนี้ห้องซ้อมน้อยมากแต่ไม่เคยเต็ม จะเต็มเฉพาะช่วงใกล้สอบกับวันพฤหัส(เรียนวิชารวมวง)
  • ลุงธีคือผู้มีอิทธิพลมากที่สุดในคณะ เพราะถ้าไม่มีแกเราจะเปิดห้องซ้อมไม่ได้
  • เราทําทุกอย่างกันที่ห้อง 501 แม้กระทั่งฉี่
  • พี่ปูร้านข้าวจําชื่อเด็กทุกคนในคณะได้ทั่งๆที่ไม่ได้เข้ารับน้อง
  • ที่คณะเรามีกล้องวงจรปิดด้วย
  • ซอยหลังคณะสอนดนตรีไทยด้วย
  • ใครเดินลอดป้ายบอกทางมหาลัยหน้าคณะจะไม่จบ 4 ปี
  • เด็กชื่อเทพ เล่นอิเลคโทน ฟังเสียงอะไรก็เป็นโนตหมด
  • ทุกคนคิดว่าเด็กดุริยางค์รวยเพราะค่าเทอมแพง แต่ที่จริงแล้วจนเพราะค่าเทอมแพงต่างหาก
  • ใครอยากเข้าที่นี่ให้โกนคิ้วข้างเดียวมาสอบ
  • ถ้าเจออธิการตอน 08.00 น. จะโดนเทศน์ใน lift เรื่องวินัย (ทั้งๆที่ ตรูที่เรียบร้อยทุกอย่างแล้วนะ)
  • ชั้น 3 ตึก VATEL มีโรงงานนรก ทำเบเกอรี่ ตั้งแต่ 07.00-17.00 น.
  • ชั้น 5 ตึก VATEL มีแต่ขี้บุหรี่
  • ชั้น 8 ตึก VATEL คือโรงนอน
  • ถ้าอยากได้อะไร ให้ไปขอความช่วยเหลือได้ทื่พี่จุ้ง และป้าแก้ว ซึ่งแกจะอยู่กับเราในเวลาที่เราต้องการ (จิงรึวะ???)
  • เป็นที่ที่เด็กต้องหยอดตังกินน้ำตู้ มาตั้งบริการกันที่หน้าห้องเรียนเลย
  • เลยทำให้เด็กที่นี่ ไม่ได้กินน้ำเปล่ากัน
  • พี่กิ๊บ กับ พี่เจ้น Vatel เต้นมันมากมายชอบคับ ^^
  • เด็ก Vatel ใส่สูทแล้วหล่อน่ารัก
  • เรียน Vatel มีเรียนเทสไวน์ ควรรู้ limit ตัวเองนะค่ะ =="
  • ห้องเรียนคือห้องวิ่งไล่จับ
  • การละเล่นของเด็ก VATEL คือกระโดดหนังยาง
  • ร้านเหล้าประจำของคนที่นี่คือร้าน รามิล
  • เชฟจิล คือบิดาที่ควรเคารพของเด็ก VATEL
  • ที่ Vatel มีอาจารย์มาจากมาดากัสการ์ด้วยนะ

[แก้ไข] วิทยาเขตสารสนเทศเพชรบุรี

  • หลังมอเป็นแหล่งอาหารการกินที่อร่อยที่สุด ของวิทยาเขต มีหลายร้าน ที่เร็วสุดต้องร้านคุนสุ เด็กสัดสาดชอบกิน
  • คณะวิทยาการจัดการเป็นคณะที่ 12 ของมหาวิทยาลัย
  • เป็นคณะแรกที่มาเปิดการเรียนการสอนที่วิทยาเขตเพชรบุรี แต่ไม่ใช่คณะแรกของวิทยาเขต
  • คณะแรกก็คือคณะสัตวศาสตร์ และเป็นคณะที่ 11 ของมหาวิทยาลัย
  • คณะวิทยาการจัดการไม่มีว๊าก แต่เขาเรียกว่า บ่ม
  • วิทยาเขตเพชรบุรีมีสัตว์สัญลักษณ์คือ งูกะปะ แต่พักหลังๆ หมาเยอะมากก
  • ปี 2545 เป็นปีแรกที่เปิดสอนคณะวิทยาการจัดการ และเปิดวิทยาเขตเพชร และปีนั้นช่อง 7 นำละคร น้ำใสใจจริง เวอร์ชั่น ศรราม มาฉาย
  • สมัยนั้นร้านข้าวมีแค่ร้านเดียว และทำกับข้าวได้สุดยอดมาก
  • หลายคนนึกว่ามาอยู่ที่วิทยาเขตนี้จะทำให้ผอม แต่ทุกคนคิดผิด นศ หลายคน มีน้ำหนัก แตกต่างไปจากตอนเข้ามา ในทางมากขึ้น
  • เพราะส่วนมากมันไม่มีอะไรทำ จึงทำให้ กินๆ และ กินๆ
  • คณะวิทยาการจัดการเคยเป็นแชมป์ ฟุตบอล เฟรชชี่เกมส์ เมื่อปี 45
  • โดยใช้นักเตะเพียง สิบ คน
  • คณะวิทยาการจัดการเคยออกไปแข่งฟุตบอลกับวิทยาลัยเกษตรเพชรบุรี ผลปรากฎว่า 13-1
  • ปัจจุบัน ผู้รักษาประตูของทีมวิทยาการจัดการ คนนั้น ได้ประกาศเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว
  • น้ำเหลืองคือปัญหายอดฮิตของ วิทยาเขตเพชร เมื่อตอนปี 45 บวกกับ ไฟดับ
  • ปีแรกของการเปิดวิทยาเขตเพชรบุรี นักศึกษา หยุด อาทิตย์ กับ จันทร์
  • อิฐ คือ นศ คนแรกที่โดนรีไทร์ ของ คณะวิทยาการจัดการ
  • เหตุผลที่โดนรีไทร์ มาจากไม่มาแก้ i เนื่องจากติดแข่งบาสหมู่บ้าน
  • เทอมต่อมายังอุตส่าห์มาเข้าหอ แต่เริ่มสงสัยว่าทำไมตัวเองลงทะเบียน และยังอุตส่าห์เข้าเรียน
  • จนหัวหน้าภาคเรียกเข้าไปแจ้งที่ได้ทราบความจริง พร้อมแจกคู่มือลงทะเบียนเรียน ภาคต่อเนื่องแทน
  • ปัจจุบัน อิฐ ทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ หุหุหุหุ
  • กิ๊ก คือ นศ คนแรกที่ซื้อซิม ออเร้นจ์(ทรูมูฟภายหลัง) ด้วยต้องขึ้นไปโทที่หอชั้น 5 ถึงมีสัญญาณ
  • ในวิทยาเขตเพชรบุรี ไม่มี เซเว่น โลตัส แต่เรามี ร้านพี่เหมี่ยว ที่เราสามารถ อัพเดทข่าวว่าใครชอบใคร และฝากของให้กัน
  • นศ. รุ่นแรกมักจะใช้บริการโทรสั่งเหล้า จากร้านมาส่งตรงหน้ามหาวิทยาลัย
  • 2 ปีต่อมา การซื้อหาสิ่งของเหล่านี้แสนง่ายด้วย เพราะใช้บริการไซด์คนงานสร้างหอ
  • ผู้บริหารวิทยาเขตท่านหนึ่ง เคยกล่าวติดตลกว่า จะให้เบียร์ช้างมาเป็นสปอนเซอร์สร้างหอ
  • ป้ายมหาวิทยาลัยที่ติดวิทยาเขตเพชรบุรีอันแรก เป็นป้ายเดียวกับที่ติดที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ ตอนเริ่มแรก
  • คณะที่ ไอซีที เป็นคณะที่ 3 ของวิทยาเขต และเป็นคณะที่ 13 ของมหาวิทยาลัย
  • ฟุตบอลคู่เอกของที่นี้คือ ไอซีที พบ จัดการ ความมันส์ระดับ 5 ดาว
  • เคยมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ลักลอบมาเปิดโต๊ะบอลในมหาวิทยาลัย แต่สุดท้ายเจอพิษ แทงก่อนจ่ายที่หลัง สุดท้ายปิดกิจการไป
  • คู่ เบนฟิก้า กับ แมนยู แชมป์เปี้ยนลีก 2005 ทำให้ผู้มีอิทธิพลเหลานี้รวยกานเป็นแทบๆๆ
  • สาขาการจัดการชุมชนเป็นสาขาเดียว ในคณะวิทยาการจัดการ ที่จ่ายค่าหน่วยกิต อัตราปรกติ
  • หนองจิกเคยเป็นที่จัดงานลอยกระทงในช่วงปีแรกๆๆ
  • ต่อมาย้ายไปจัดงานลอยกระทง ที่หน้ามหาวิทยาลัย
  • ตั้ม ไอซีที เป็นคนแรกของฝั่งเพชรที่ชนะการประกวดดาวเดือน โดยแสดงความสามารถพิเศษ คือ การยิ้ม !
  • วิทยาเขตเพชรบุรีเป็นสถานที่ตั้ง องค์พระพิฆเณศ ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
  • ขณะนี้กำลังระดมทุน เพื่อมาสร้างเทวาลัยให้พระพิฆเณศ เป็นห่วงท่านจัง ตากแดด ตากฝน
  • กระดานหมากรุก เป็นสัญลักษณ์ของ คณะวิทยาการจัดการ
  • ปุ่มพาวเวอร์ เป็นสัญลักษณ์ของ คณะไอซีที
  • เกาะทะลุ จังหวัดประจวบ เป็นสถานที่รับน้องสาขาท่องเที่ยว
  • แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เนื่องจากแพงเกินไป และก้อตอนรับน้องรุ่น5 เกือบติดอยุ่บนเกาะเพราะพายุเข้า
  • เคราะห์ซ้ำกรรมซัด พอขึ้นฝั่งมาได้ ระหว่างทาง รถบัสฉิ่งฉาบที่เช่ามา วิ่งอยู่ดีๆ เพลาหลุด!!!
  • สาขาท่องเที่ยว จัดงาน Bye Nior กันตอนเทอมแรก
  • การเตะบอลใต้อาคารเรียนหลัง4ทุ่ม เป็นเรื่องปกติของนักศึกษาทั้ง3คณะ ทั้งๆที่มีแค่ใต้อาคารเรียนแบ่งได้สนามเดียว(รอกันไป)
  • เสาโกล์ที่ตั้งอยู่ใต้อาคารเรียนสมัยก่อน ถูกสร้างขึ้นจาก คนงานสร้างตึกวิทยบริการ
  • โดยคุณปัด และ คุณแจ้ เป็นผู้เข้าไปเจรจารว่าจ้าง
  • ปัจจุบันเสาโกล์อันนี้น่าจะถูกย้ายออกจากใต้อาคารเรียนรวมแล้ว
  • สมัยก่อนตึกวิทยบริการเป็นรังนอนของขี้เมาที่เข้าหอไม่ได้
  • สมัยก่อนช่วงหน้าหนาวหมอกลงจัด ประมาณดึกๆ เกิดปรากฎการณ์ ตึกหายเพราะหมอกบัง
  • อยากเช็คระดับหน้าตา ให้ไปถามเฟี๊ยต
  • อยากอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ภายในมอ ให้ไปได้ที่ร้านพี่เหมี่ยว ข่าวเด่น ประเด็นร้อน 555+
  • เด็กจัดการรุ่น 1 บางคนเคยใช้ที่ฉีดก้นอาบน้ำมาแล้วที่อาคารเรียนรวม
  • ที่ๆโรแมนติกที่สุดในตอนนั้นคือ ริมหนองจิก เดินจีบกัน น่าหมันไส้ 55+
  • เวลากลับรถเข้า มอ ต้องไปกลับรถไกลเกือบๆ ถึงประจวบ
  • หมาประจำหอ 1 คือ ไอ้ย่น
  • หมาตัวแรกของวิทยาเขต คือ เจ้าโจเซฟ
  • หลังจากเปิดเทอม ภาคปลาย ปี 2545 เจ้าโจเซฟ ก็ตาย
  • ใครหลายคนรู้ว่า ไอซีที กับ จัดการ ไม่ถูกกัน
  • แต่น้อยคนจะรู้ว่า มันเป็นเรื่องของคนบางคนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องระหว่างคณะ
  • ล่าสุด สถานะการณ์ระหว่างสองคณะนี้ มีความรักใคร่กันดี
  • สมัยเปิดวิทยาเขตใหม่ๆ การเบิกเงินต้องใช้วิธี ทิ้งบัญชีไว้ที่เจ้าหน้าที่หอ แล้วจะไปเบิกให้
  • หรืออีกวิธี นั่งรถตู้ไปกดหัวหิน
  • เจ๊ อรลี่ คือ เจ้าหน้าที่หอคนแรกที่อยู่ประจำ
  • แต่คนแรกๆจริงๆที่อยู่ตอนเข้าหอวันแรกสุดของวิทยาเขต นั้นจะเป็นอีกคน จำไม่ได้ แต่ผมยาวๆๆ มาจากทับแก้ว
  • สาขาชุมชนมี พิธีเทียน เอาไว้รับน้องใหม่
  • เป้ จัดการ เป็น นศ.คนแรกที่ตกตึก จากหอชั้น 2 เอิ๊กๆๆๆ
  • สะพานลอยหน้าวิทยาเขต แต่ก่อนเป็นที่นิยมมาก พอเปลี่ยนทางเข้า สะพานลอยก็ร้าง เหอๆๆ
  • เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่ง ข้ามสะพานลอยแห่งนั้นและโดนโจรสะพานลอยไล่จี้
  • มีข่าววงในเล่ากันว่ามีกลุ่ม นศ ลงขันก็ว่าจ้าง โจรผู้นั้น 5555555555555 (ล้อเล่นน่า)
  • สมัยก่อน สามารถใส่ชุดนอนเพื่อไปเรียนวิชาคอมพ์ ที่ห้องคอมได้
  • รู้หรือเปล่าว่า สายไฟเบอร์ออพติกที่ในมอนั้น ราคา กิโลละล้าน แต่เน็ทตอนนี้ห่วยมาก ถึงมากที่สุด
  • มีการติววิชา คอมเบื้องต้น ให้กับคนทั้งสาขา ในสาขาชุมชน โดยนักศศึกษาทำกันเอง
  • ไส้กรอกชีส พี่เหมี่ยว อร่อยโคตรๆ
  • มีการหยุดการเรียนการสอน เมื่อมีการถ่ายทดบอลโลก ปี 2002 คู่ระหว่าง อังกฤษ กะ บราซิล
  • ร้านขายของชำในม.งดขายข้าวสาร กับไข่ไก่ ให้นักศึกษา เพราะเกรงว่าเด็กจะทำอาหารในห้อง (เรื่องจริง)
  • พักหลังๆ มีทุกสิ่งขายบนหอพักแล้ว โดยนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็น ข้าวไข่เจียว ผัดมาม่า ยำ ลวกจิ้ม อาหารตามสั่ง! ขนม นม เนย น้ำอัดลม บุหรี่ ตุ๊กตา พระเครื่อง โอ๊ยเยอะจัด
  • ผู้ชายไม่เคยมีหอพักที่แน่นอนเป็นของตัวเอง โดยย้ายไปหอนั้น หอนี้ ทุกเทอม!!
  • หอพักชายไม่มีเครื่องซักผ้าหยอดเหรีญ เนื่องจากพี่แป้น(ผู้รับเหมาเรื่องซักผ้ารายเดียวในมอ) งอน เพราะมีมือดีงัดตู้เก็บเหรียญ ตลอดจนแอบซักฟรีด้วยวิธีต่างๆ นาๆ
  • จึงเกิดอาชีพใหม่ คือ บริการซักผ้า ในหอชาย
  • ช่วงปิดเทอม (ทั้งต.ค.และเม.ย)ใครที่ยังมีชีวิตอยู่ในมหาลัย (โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่และอาจารย์) ต้องระวังสุนัขในม.ให้ดี เพราะพวกมันจะอดอยากสุดๆ
  • ร้านน้ำพี่เก๋ในโรงอาหารอาคารเรียนรวมอยุ่ยงคงกระพันมาแต่ไหน แต่ไร แต่ร้านข้างๆ จะเปลี่ยนเจ้าไปทุกๆเทอม
  • ร้านข้าวป้ากัน แต่ก่อนเคยขายเด็กที่ โรงอาหารหอ เป็นเจ้าที่ขายดีมาก อร่อยมาก แต่ได้ย้ายกิจการไปที่ เรียนรวม และมีร้านส้มตำมาแทน
  • ร้านส้มตำที่มาแทน แกมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ เสียงดังมาก ตะโกนเรียกเด็กให้มารับอาหารซะอายกันไปข้างนึงเลย
  • ป้ากันขายข้าวมันไก่ หมูแดง หมูกรอบ และข้าวราดแกง แทนอาหารตามสั่ง แต่ก็ยังสั่งอาหารได้
  • มีลานอาหารใหม่ในมอ ริมสระน้ำโรงอาหาร มีป้าขายไก่ทอดที่ไม่ค่อยจะกินเส้นกันด้วย
  • ร้านอาหารที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในมอ คือ ร้านป้าปริก อาหารอร่อยดี แต่รอคิวนานหน่อยนะ แกบรรจงตักแต่ละอย่างอย่างละเมียดละมัย (กลัวจะตักมากไป เลยเขี่ยๆ เขย่าๆ นานไปหน่อย)
  • ลืมบอกไป ใครท้องผูกเชิญมากินอาหารร้านป้าแกได้ เป็นยาระบายอย่างดี เอ๊ะ หรือยาถ่ายดีน้า...
  • วิทยาลัยนานาชาติ Vatel ย้ายไปอยู่ตลิ่งชันแล้ว
  • การจัดการเลยเปิด สาขา โรงแรม Viridain มาแทนที่ มีบุฟเฟ่ ทุกวันศุกร์ 79 บาท
  • ถ้าอาหารบุฟเฟ่ มาลงอย่าเกรงใจ รีบตักซะ เด๋วหมด
  • มีตึกยานยนต์ของคณะยานยนต์(รึเปล่า) มาตั้ง แต่เด็กไอซีทียึดเป็นที่เรียน Drawing และทามงานไปแล้ววว
  • ตึกคณะโบราณคดีสร้างไว้ ให้ใช้ 1 ครั้งใน 1 ปี หนุ่มๆ ทุกคนรอคอยว่าเมื่อไหร่สาวโบราณจะย้ายมาซะที
  • เด๋วนี้หนอกจิกแคบลง ใมีการสร้างบ่อบำบัด แต่มีการขุดเขื่อนกลาง ม. แทน
  • เขื่อนกลาง ม. อยู่หลังตึกสัตวศาสตร์ ซึ่งคงใช้น้ำจากเขื่อนไปทำการเกษตรหล่ะมั่ง
  • กล้วยใน ม. เยอะมาก แต่ถ้าจะรอจนสุกและมาขโมย มันจะหายไปก่อนทุกทีเลย
  • เค้าว่ากันว่า ยังมีวิญญาณวนเวียนอยู่แถวๆ หอ 1 และหนองจิก
  • เค้าว่ากันว่า เป็นวิญญาณของรุ่นพี่ คนหนึ่ง
  • ซึ่งห้องน้ำชายในเรียนรวมฝั่งทางออกไปหอ 1 มีห้องปิดตาย และถ้าใครเข้าคนเดียวตอนดึกๆ ฝาชักโครกจะหล่นมาเอง
  • ตึกโอท๊อบ ไม่ได้ใช้แสดงสินค้าโอท๊อบ แต่ ICT มักใช้จัดงาน สังสรรค์ รื่นเริง
  • เด้กสัตวศาสตร์จะจัดงานในตึกของตัวเอง
  • เด็กจัดการ ไม่รู้ว่าไปจัดที่ไหน ไม่ค่อยเห็นเลย
  • จัดการมีสาขามากที่สุดและกำลังจะเพิ่มขึ้นทุกปี
  • วิทยาเขตนี้เป็นวิทยาเขตสารสนเทศ แต่เหมือนวิทยาเขตเพื่อการเกษตรมากกว่า
  • กำลังเริ่มมีการสร้างถนน และสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ
  • ซึ่งนั้นทำให้ เรียนรวม 2 ที่สร้างมาตั้งแต่ ปี 48 ไม่เสร็จสักที
  • ช่วงนี้ ปี 50 เทอม 2 ลุกหมาเยอะมากๆๆ เย็นๆจะมีสาวๆ มาให้อาหารลูกหมา
  • ซึ่งหมาที่แก่แล้ว ก็ต้องใช้ความสามารถในการอ้อน เสียยสี ถูไถ เพื่อให้ได้ของกินเอาเอง
  • แมวลดลงเยอะมาก จะพบเห็นได้แค่ที่ เรียนรวม ชั้น 3 และบางที ที่ไม่มีหมา
  • มีร้านอยู่หลัง ม. ในเขตมหาลัย เค้าเรียกกันว่า ป้าเมา เพราะขายเหล้า เบียร์ และอื่น ให้นักศึกษา สังสรรค์กันเต็มที่
  • นอกจากนั้น ป้าแกยังหน้าตาเมาๆ ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว เหลือแต่ตัว ร้านให้ีำีรำลึกถึงเท่านั้น
  • แต่ก่อนหลัง ม เคยมีร้านอาหารฝรั่งโดยป้าแก้ว ป้าแกเป็นผู้ชายนะ ตอนนี้ย้ายกิจการไปอยุ่พัทยาแล้ว
  • หลัง ม ตอนนี้คึกคักมาก มีซูชิ บะหมี่ หมูย่าง ข้าวหลาม ไส้กรอก ร้่านนม หอดทอด ผัดไำทย ส้มตำ และอื่นๆอีกมากมาย
  • แต่ก่อนเคยมีกิจการร้านค้าในทางที่จะไป เว็บสเตอร์ แต่เพราะมีคนยิงกันตาย จึงทำให้ย้ายศูนย์กาีรค้าต่างๆมาทางลานดิืนเยื้องหลัง ม ไปนิดๆ
  • เว็บสเตอร์เป็นมหาลัยนานาชาติที่เปิดอยู่ใกล้ๆ ถ้าใครเคยไปจะรู้ว่า มันเหมือนจะไม่มีคนเลย นอกจากยาม
  • ยามบอกว่า เด็กที่นี่พักที่ หัวหิน จะมาเรียนช่วงเช้า ใครจะไปจีบสาวๆอินเตอร์ต้องไปตอนเช้านะ
  • เค้าว่ามีร้านลับ ซึ่งเป็นผับของเด็ก Vatel (ไม่รู้ตอนนี้ยังอยู่รึป่าว สมัยนั้นไปเมากันเกือบทุกคืน อิอิ)
  • ปัจจุบันไม่มีแล้วเพราะนานาชาติเค้าย้ายไปตลิ่งชัน
  • อักษรย่อ ด.อดูดเจ้าของผับ มีชื่อในบัญชีดำมหา'ลัย
  • ถ้าขี่จักรยานเข้าซอยหลัง ม ไปเรื่อย ว่ากันว่า อาจจะโผล่แถวพม่าได้
  • เด๋วนี้มีรถสองแถวไปหัวหิน หรือใครจะแว้นไปก็มีรถเครื่อง(จักรยานยนต์ให้เช่า)
  • เค้าว่าพี่พยาบาลอ้วนๆ ดุมากๆๆๆๆๆๆๆ แต่พอมีลุกปุ๊ปก็ใจดีขึ้นซะงั้น
  • พี่เจน คุมหอชาย สนิทกะเด็กชายทุกคน
  • เด็กชายที่อยู่ หอ 5 - 6 ต้องเดินอ้อมหอ ออกมาซื้อของร้านพี่เหมียว เพราะประตูหลังไม่เปิด
  • ถ้าเปิดจะเปิดเฉพาะตอยแม่บ้านทิ้งขยะตอนเช้า ให้สังเกตตรงช่องกลางบันไดดีๆ
  • ขณะนี้หอชายกลับไปอยู่หอ 2 เหมือนเดิมแล้ว และหอ5-6 กลายเป็นหอหญิงโดยปริยาย ((พี่คุมหอบอกมา))
  • ร้านขนมจีนเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ในปี50 ย้ายมาจากโรงอาหารเรียนรวมด้วยคำเชิญชวนของป้าขายไก่ร้านข้างๆ
  • แต่ปัจจุบัน ท่านไม่ถูกกันแล้ว (อันนี้เขาเล่ามาอีกที)
  • อ่อร้านหนมจีนเหมือนจะสนิทกับนักศึกษาทุกคน ทั้งที่เพิ่งเปิดมาได้ไม่ถึงปี อืม
  • นักศึกษาคณะไอซีที มีชื่อประจำคณะทุกคน ยกเว้นรุ่น1-3มีเฉพาะบางคน
  • ฉะนั้นถ้าถามหาชื่อเล่นจริงๆ จะหายาก แต่ถ้าถามหาชื่อในคณะ จะเจอง่ายกว่า
  • ตอนนี้ร้านคุณสุ ไม่อยู่แล้ว เพราะแม่แกป่วย มีร้านก๋วยเตี๋ยวจากร้านส้มตำข้างๆมาเปิดแทน (แล้วเราจะไปกินที่ไหนกันดี)
  • ร้านลุงป้าหลัง ม.ให้ข้าวเยอะมาก พร้อมทั้งกับด้วย บางทีถ้าไปกินช่วงวันเสาร์ ที่คนกลับบ้านเยอะๆอาจได้กินกับข้าวฟรี 1 อย่าง
  • คณะไอซีทีไม่มีตึกเป็นของตัวเอง แต่มีอาคารยานยนต์ที่ตอนนี้เรียกว่าโรงปั้น
  • ภายในมีห้องมากมาย แต่เต็มไปด้วยอุปกรณ์การทำงานตั้งแต่ดินสอ ยัน เลื่อยตัดไม้
  • หาอะไรไม่เจอให้ไปหาในโรงปั้น (เฉพาะเด็กไอซีที)
  • เด็กไอซีทีมีโต๊ะประจำตำแหน่งทุกคน สังเกตจากชื่อบนหัวมุมโต๊ะดรออิ้ง เริ่มใช้ตั้งแต่รุ่น4 แต่ไม่รู้จะถึงกี่รุ่น
  • แต่โต๊ะนั้น เป็นทั้งโต๊ะดรออิ้งและโต๊ะปั้น
  • คนคุมตึกที่นี้ดุมาก ถ้าไม่เชื่อถามหมาประจำคณะชื่อ น้ำมันเครื่องดู ดุจริง (คณะเรียกว่าอะไรไม่รู้เหมือนกัน)
  • น้ำมันเครื่อง เป็นหมาที่เชื้อง สำหรับเด็กไอซีที สังเกตมันจาก มีรอยน้ำมันเปื้อนอยู่ที่หลังมัน
  • ปัจจุบันมีหมาบางตัวพยามเลียนแบบแต่ไม่เหมือน (ขนาดหมายังก๊อบ)
  • หมาในช่วงปิดเทอมจะดูหิวโซ ขนาดที่ดูระยะ 100 เมตร จะคล้ายไฮยีน่า
  • กลางปี 51 น้ำมันเครื่องเคยถูกโยนตกลงมาจากชั้น 3 อาคารเรียนรวม ปัจจุบันหายเป็นปกติแล้ว (อึดมาก)
  • ปี 50 เป็นปีแรก ที่มีเน็ตนอกมาให้บริการ คือบริษัทแคทเทเลคอม
  • เราเรียกกันสั้นๆว่าเน็ตแคท แต่เวลาอารมณ์เสีย จะเรียกเน็ตแมว กับ ..แมว (เติมเอาเอง)
  • ปัจจุบันเน็ตหอ แรง กว่าเน็ตนอก แต่เน็ตหอหลุดบ่อยกว่า (แต่ช่วงคนอยู่หอน้อยๆจะเป็นอะไรที่เพลิดเพลินมาก)
  • ห้องสโมสรนักศึกษาประจำวิทยาเขต อยู่ที่โรงยิมด้านขวา เก่าได้ใจ(น้อยคนนักที่จะรู้)
  • ภายในห้องไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใดๆ มีแค่โต๊ะ2ตัวกับเก้าอี้ ไว้นั่งประชุม มีจอคอมที่ไม่มีเคสอยู่1เครื่อง
  • ห้องใต้โรงยิม ได้ใช้แค่ตอนช่วงรับน้อง โดยเฉพาะวันกีฬาเฟรชชี่ประจำวิทยาเขต
  • คณะไอซีที มี อดีตรอง นางสาวไทย ด้วยนะ ชื่อพี่น้ำตาล น่ารักดี
  • ตั้งแต่พี่เขาได้เปนรองนางสาวไทย หาตัวยากม๊ากกกกก
  • อ๊อ..พี่เขาเรียนออกแบบน่ะ..อิอิ
  • ปี50 ICT รุ่น3 เป็นแชมป์บอล 4 คนกับ 7 คน (เก่งจ๊าดดด)
  • แต่เทอมหน้าต้องย้ายมาเรียนในกรุงเทพฯ ทำให้อดป้องกันแชมป์
  • ทุกปีมักมีเรื่องสยองขวัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ( ไม่รู้มีคนตายเพิ่มตั้งแต่เมื่อไร หรือวิญญาณเพิ่งนึกได้ว่าต้องออกมารับน้องใหม่ )
  • ICT รุ่น 6 เรียกผีว่า "Something" มักพบได้ทั่วไป (Someone ไว้เรียก MIB)
  • กิ้งกือเป็นสัตว์สงวน มีที่อยู่ประจำคือล้อจั๊ก ยกเว้นจะพบผู้พิทักษ์กิ้งกือ
  • ผู้พิทักษ์กิ้งกือ เป็นผู้หญิง เรียนอยู่คณะไอซีที สาขาธุรกิจ ชื่อในคณะคือ...."ดูยัง...?" (ความฝันในอนาคตคือเปิดฟาร์มกิ้งกือ?)
  • ICT ออกแบบ ถนัดในการเปิดฟาร์มปลา และหมา มีความใฝ่ฝันสูงสุดคือ ได้เปิดฟาร์มนกและมด
  • ในขณะเดียวกันก็มีพระเอก LOR (ฮอบบิท),มีนางเอก LOR(เอล์ฟ),มีนินจา(นิน นิน นิน),มีนักเทนนิส ฯลฯ
  • การชนช้าง คือสิ่งที่ทุกคนรอคอย เพราะนั่นหมายถึง เราจะได้ไปเจอกับหนุ่มๆสาวๆ คณะอื่น
  • มีนักศึกษา 2 คนค้นพบคางคกแผ่นกลางถนน
  • ฤดูปลายฝนต้นหนาวมีหอยทากอยู่จำนวนมากบริเวณ อาคารเรียนรวม และพบศพหอยทากมากด้วย จึงมีแนวคิดที่จะอนุรักษ์มันไว้
  • ไม่เคยมีเทอมไหนที่มีตารางสอบ ให้สบายใจเลย (สอบติดกันทุกวัน)
  • มีกลุ่มรักไอ้ย่น(หมาหอหนึ่ง) เป็นหมาที่เหมือนไดโนเสาร์ T-Rax

 

 

คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ รุ่น1

  • เป็นรุ่นที่ยังไม่มีห้องคอมเป็นของตัวเอง ต้องใช้ของเด็กการจัดการ เพื่อทำงานทรีดี แรมไม่ถึงกิ๊ก (ทำไปได้)
  • เป็นรุ่นที่ไม่มีรุ่นพี่คอยดูแล ดูแลตัวเองกันตลอด ลำบากสุดๆ
  • เป็นรุ่นที่อาจารย์สอนออกแบบเปลี่ยนเป็นว่าเล่น อาจารย์กานต์ อาจารย์เต้น อาจารย์โจ๊ก สอนเป็นรุ่นแรกๆ
  • เข้ามาแรกๆก็โดนเรียนหนักโดยไม่มีการพักผ่อนเรียนติดต่อกันทั้ง7วัน /เพราะหอสร้างไม่เสร็จจึงทำให้เวลาเรียนน้อย เปิดเรียนช้า/
  • ไม่มีใครนอนก่อนเที่ยงคืน มักนอนกันตอนเช้า
  • ช่วงสอบเสร็จฝนชอบตกและไฟมักดับเสมอ ต้องเป็นช่วงหัวค่ำซะด้วย เวลาขี่จักรยานกลับต้องเอามือถือส่องทาง
  • ช่วงวันหยุดติดเสาร์อาทิตย์ มักขั้นด้วยวิชาdrawing ทำให้กลับบ้านไม่ได้ กลับแล้วจะโดนหักคะแนน /เหอๆชีวิตเศร้า/
  • เด็กออกแบบมักไม่ได้กลับบ้าน แม้จะปิดเทอมแล้ว มักจะอยู่เฝ้าหอ และไม่มีอะไรจะกิน
  • วิชาdrawing/วาดเขียน/รุ่นแรกๆทุกคนจะรู้จักอาจารย์สมวงษ์ เป็นอาจารย์ที่จะมาลบงานแล้วให้ทำใหม่เสมอ ทุกคนต้องคอยเก็บยางลบให้มิดชิด
  • วิชาปั้น อาจารย์สมวงษ์ก็จะมาขูดหน้าดินออกอีกเหมือนกัน เหอๆ /เมื่อก่อนจะปั้นแบบ2มิติอย่างเดียว/
  • วิชาปั้นแบบ2มิติ เมื่อก่อนนั่งปั้นกันกับพื้นโดยไม่มีโต๊ะ ไม่มีพัดลม ร้อนมากๆลำบากสุด ปั้นกันที่ตึกอธิการชั้น3 /ลำบากจริงๆ แต่ตอนนี้มีโต๊ะแล้ว
  • วิชาปั้นเ็ป็้นวิชาสุดท้ายของอาทิตย์ ทุกคนมักรีบทำแล้วรีบกลับบ้านกัน
  • เมื่อยามฝนตก ใครที่เรียนอยู่ที่ตึกวิทยบริการ มักจะเดินออกจากตึกไม่ได้ เพราะมีโคลนดูด/ตอนนี้น่าจะทำแล้วนะ/
  • รุ่น 1 เป็นรุ่นที่ มีอาจารย์ประจำคณะไม่ถึง 10 คน
  • เด็กออกแบบ บางวัน ทำงานที่แลปยันเช้า/เพราะต้องเรนเดอร์งาน 3d/
  • เคยรับน้องกับพวกจิตรกรรม โหดมาก ให้กินเหี้ยฟู
  • เคยไปรับน้องกับจิตรกรรมที่เกาะทะลุ/รับแบบฮาฮา
  • งานเฟรชชี่เกมส์เคยแข่งฟุตบอลหญิง กับ วิศวะ /ตอนนั้นไม่มีใครเล่นเป็นเลย
  • เวลาไฟดับ ชอบส่งสัญญาณระหว่าง หอหญิง กับ หอชายโดย ส่ง ไฟกระพริบ
  • กลางดึก หอหญิงออกไม่ได้ พวกหอชายชอบมาขอบะหมี่กิน
  • มีการส่งมาม่า โดยเอาใส่ถังแล้วย่อนลง / อนาถจิงจิง
  • รับน้องโดยมี พี่ว๊าก เป็นอาจารยพิเศษ ดุโคตร
  • เปิดเรียนช้า เลยได้ไปเรียนที่ตลิ่งชันก่อน
  • ออกแบบ เรียนวันแรก ทำการบ้านจารย์หนอย ให้ เอฟ เกือบทุกคน
  • เพลงแรกของคณะ เป็นเพลงที่พี่สัตวะแต่งให้ คือ เพลงบูม ที่ใช้กันทุกวันนี้
  • รุ่น 1 จะถูกมอบให้แต่งเพลงกันเอง เล่นกันเอง
  • รุ่น 1 จะมีการให้เล่น บัดดี้กัน บัดดี้แบบชายหญิง เพื่อเพื่อนชายจะได้ดูแลหญิง
  • ชายจะน้อยกว่าหญิง 3 ต่อ 1 คอยดูแลปั่นจักรยานไปรับส่ง/สมัยนั้นมันอันตราย คนงานเยอะ
  • แล้วบัดดี้ ก็เป็นแฟนกัน
  • เป้นรุ่นที่มี ดาว เดือน หลายคู่ มีทั้ง ดาว เดือน ตลก และ ดาว เดือน เด่น
  • ดาว คณะคนแรก ชื่อ แนน ธุรกิจ ได้รับตำแหน่งตอนงานเฟรชชี่ไนท์
  • เดือน คณะคนแรก ชื่อ ธนู ออกแบบ ได้รับตำแหน่งตอนงานเฟรชชี่ไนท์
  • ดาวเดือน ตลก ตอนประกวดมหาลัย เอาฮา อย่างเดียว
  • รุ่น 1 มีจัดงานแสดงของสาขา ออกแบบ ชื่อ Connection
  • สมัยนั้นมีที่กินข้าวที่ยังไม่ใช่หลังมอ แต่เป็นร้านในที่พักคนงาน
  • เคยรับน้องกับ รุ่นพี่จัดการ รุ่นพี่สัตวะ รุ่นพี่จิตรกรรม
  • หมูกระทะ ป้ากัน หมูกระทะ โทรสั่งตรง ลุงจะขับรถมาส่งถึงที่พัก
  • ขายดีจน มี ข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ เป็น ร้านเดียวที่มาขายดึกก่อนหอพักปิด / รักป้ากัน
  • สาวๆ ในรุ่นนี้ มีหลากความสามารถ ถึก อึด อดทน
  • ปี 1 ติดเอฟ ภาษาซี 107 คน จาก 140 กว่าคน /ก่อนจะติดเอฟ โดนติดดาว
  • บัดดี้ชาย จะขี่จักรยานมารับบัดดี้สาว ทั้งๆที่หอชายอยู่ติดตึกเรียนมากกว่า
  • เคยมีการเผาจักรยาน เพื่อทำรถไฟมาแล้ว
  • เคยโดนอธิการ บ่น ว่า เรียนปั้นแล้วแอบปาน้ำมันเล่น ติดตึกเรียน จนต้องไปแกะแล้วล้างตึกกันเอง
  • เรียนดรออิ้ง วันสุดท้าย เอาผงที่เหลาแล้ว มาทาหน้ากัน หน้านี่เงากันทีเดียว
  • ช่วงแรกๆปี 1 มีพี่ที่คอยดูแลทุกเรื่อง ชื่อ พี่ดาว
  • สมัยนั้น เวลาไปหัวหิน เราจะมีรถประจำ เรียก รถอ๊อดซี่/คนขับเค้าชื่อ อ๊อด บริการตลอดเวลา
  • เคยมีขี่จักรยานไปหัวหินกันมาแล้ว
  • ธุรกิจไปเลี้ยงเด็ก แต่ออกแบบไม่ได้ไป
  • ออกแบบเรียนโคตรหนักตอนปี 1 เรียนตลอด 7 วัน อัดวิชากันให้แน่นแน่น
  • เด็กเกมส์มี 3 คน
  • เด็กอนิเม ทำงานกันดึก ถึก กันมาก
  • เคยมีการแข่งขันกีฬา กัน 3 คณะ
  • คณะเรา ได้ที่ 1 ของการแข่งปั่นจักรยาน พ่วงสาว / กีฬาพิสดารทั้งนั้น
  • ปั่นจักรยานแข่งคือ จะมีผู้หญิงซ้อน แล้วผู้ชายปั่น
  • รับน้องกับรุ่น 5 จิตรกรรม ก่อนมารับน้องรุ่น 2 เพียง 1 เดือน
  • รับน้องที่ท่าพระจันทร์ ผู้หญิงบางคนต้องนอนพักที่ตึกจิตรกรรม เพราะเลิกดึก
  • รับน้องตั้งแต่ 5 โมง ถึง ตี 3 / ทำไปได้นะ
  • ผู้หญิงรุ่น 1 ไม่เคยไปทำผม เพราะไม่มีร้านทำผม
  • หอชายเคยมีแข่งมวย กันเองภายในหอพัก แข่งกันเล่นๆ
  • วันเกิดสาวบางคนที่คณะ จะมีการเซอร์ไพรส์วันเกิด จากเพื่อนๆหอชาย / ผู้ชายมาเกือบทุกคน
  • หอพักเคยน้ำท่วมด้วย แม่เจ้า
  • เข้ามาครั้งแรกที่เพชรบุรี ถนนแดงอยู่เลย
  • พี่เชียร์รุ่นนี้ ชอบไปซ้อมร้องเพลงที่ดาดฟ้า ตึกเรียนรวม
  • ธงรุ่น 1 เป็นธงสีน้ำตาลซีเปีย มีรหัสของทุกคนในรุ่น ถูกเย็บเข้ากันด้วนมือของสาวๆรุ่น1 ลายเส้นเป็นเส้นของการต่อจิ๊กซอ (พยายามกันจริงๆเลย)
  • ตอนปี 1 - ปี 3เรียนที่เพชรบุรี ก่อนจะย้ายมาเรียนที่วังท่าพระและตลิ่งชัน ตอนปี4

[แก้ไข] คณะมัณฑนศิลป์

-เป็นภาควิชาแรกที่ทำกระจกลิฟต์แตก -เป็นภาควิชาแรกที่เล่นปิดไฟตีหัวกันในลิฟต์ -เป็นภาควิชาแรกที่มีการมอบรางวัล ซึ่งเป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง ต้องเล่นตอนกลางคืน -เป็นภาคที่ชอบกินสยามสเต็กเป็นประจำ กินซ้ำๆกินเดิม และไม่ชอบกินยูเนียน -เป็นภาคที่อ่อนภาษาอังกฤษมากๆ -เป็นภาคที่เอาสายสีสมมาฟาดกันเป็นภาคแรก ยุค 50

  • พี่สยามคนเฝ้าห้องคอมชั้น 3 วางมาด เบ่งไม่ให้ นศ.คณะนี้เล่นเกมชั้น 3 แต่พอลูกตัวเองมาเล่น กลับไม่ด่า ทำให้ นศหลายๆ คนอยากกระทืบทั้งลูกทั้งพ่อเลย

[แก้ไข] อินทีเรียร์รุ่นที่ 50

  • อ้างอิงถึงสายสีส้ม อินทีเรีย์ รุ่น50 จะเรียกการละเล่นนี้ว่า Orange Battle Field จะเป็นการจำลอง การตีกัน ในยุค 2499 เล่นกันในห้อง โดยปิดไฟมืด และยืนชิดกำแพงกัน เมื่อมีใครคนหนึ่ง หลุดออกมาจากกำแพง ทุกคนที่เหลือจะโถมกันเข้าไป รุมสกำ ทันที โดยใช้แต่สายสีส้มล้วนๆ เหอๆ (อายมั้ย..นั้นน่ะ)
  • อินทีเรียร์ชายรุ่น 50 จำนวนหนึ่ง แอบปลื้มในความน่ารักของ สาวๆ อินทีเรียร์ รุ่น 52 อย่างมาก และเหลือเชื่อ ( ถึง 50 จะปิ๊ง 52 แต่ 51 ก้ปิ๊ง 50 กระจุยยยยยยยยยยยยยยย ...มันคือรักสามเส้า)
    • หมายเหตุวงเล็บข้างหลังของอันบนมีน้องรุ่น 51 ที่เก็บกดมาระบายไว้นะจ๊ะ (รุ้อยุ่นะว่าใคร)
  • บริเวณลานตะกร้อ เกือบทุกเย็น อินทีเรียร์ชาย จะมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อเล่นบอล แต่ว่า ในรุ่น 50 นี้ จะเล่นบอลกันโหดมาก เรียก ได้ว่า เป็น บอลวัดหรือบอล อ.บ.ต. เลยก็ได้ แทบจะทุก match ของการเตะ ต้องมีคนขาเดี้ยง( เนื่องจากการเข้าบอลโหด)จนลุงด๋อยนักศึกษาชายสูงอายุของรุ่น50 ถึงขั้นเป็นเก๊า เดินไม่ได้เลยทีเดียว
  • หยงหยง เป็นชื่อกลุ่มผู้ชายอินทีเรียร์รุ่นที่ 50 มาจากชื่อทีมฟุตบอล "หยงหยงมาพร้อมกัน" โดยกลุ่มนี้มีกฏเหล็กคือ การแกล้งเพื่อน เป็นต้นกำเนิด แนวคิด Orange Battle Field ,การซ่อนกระเป๋า, Interior on ice, T-slide under egg,BMX, Swinging Chair,อิคึอิคึ,Football on ice,Ghost reality, และอีกหลายอย่าง
  • The No Stroke กลุ่มอีกกลุ่มนึง เป็นกลุ่มชิวๆ ประจำภาค ในกลุ่มนี้ แยกออกเป็น 2 กลุ่มอีก ก็คือ กลุ่ม นก 2 หัว กับ กลุ่ม พ่อลูก
  • ถ้าเกิดตะโกนดังๆว่า ด๋อยวินนิ่งอ่อน จะมี คนใส่แว่น ตัวสูงๆ เนิ้ดๆ วิ่งมาต่อยคุณทันที
  • หลังจากที่ อินทีเรียร์ 52 เข้ามา ก็เกิดมีการทับราย กันมากที่สุดเป็นประวัติการณ์
  • เรื่องที่น่าเชื่อ ชาย interior รุ่น 50 หุ่นดีหมดทุกคน (ไม่อ้วน)
  • interior เป็นภาควิชาที่ใส่กางเกงขาสั้นกับรองเท้าแตะไม่ได้ แต่ก็ยังมีคนใส่มาอยู่ดี แต่มีอยู่ครั้งนึง เด็กอินทีเรียร์รุ่นที่ 50 ใส่กางเกงขาสั้นมา + รองเท้าแตะ โดนท่านหัวหน้าภาควิชา ไล่ออกจากห้อง (กลับบ้านไปฟ้องพ่อ)
  • มีชายในอินทีเรียร์ 50 (ใส่แว่นตัวสูงๆ ผอมๆ) คนเดียวที่หลงรักหญิงผู้มีอายุน้อยกว่าแม่ตัวเอง 1 ปี
  • มีเด็กซิ่วจาก ม.กรุงเทพที่เกิดปี พ.ศ. 2524 หลงเข้ามาในรุ่น อินทีเรียร์ 50 เพื่อนๆเลยเรียกมันว่า ก๋ง (อยู่กับก๋ง กานดารัตน์ทนได้)
  • ในอินทีเรียร์ 50 มีหนุ่มคนนึง พยายามที่จะสมัคร AF แต่รอบคัดเลือกหน้าตาดันไม่ผ่าน เพื่อนๆเลยเรียกว่า ที อะแคเดมี่ แฟนตาเซีย (ด้วยเหตุนี้มั้ง มันเลยกลายเป็นแต๋ว)
  • บุคคลคนๆหนึ่ง ที่อยู่ในอินทีเรียร์ รุ่น 50 ผู้มีอุดมการณ์อันแรกกล้าในวงการติว อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของน้องๆ จึง ได้รับผลโหวตเข้าชิงรางวัล อะจื้ดอะจื้ด อะวอร์ด เขาคนนั้น ก็คือ ไอ้โต
  • กลุ่มหยงๆ ได้ไปทำชิงช้าที่ รีสอร์ทแถวๆ ปราณบุรีหัก โดยการ ไปยืนบนชิงช้ากันถึง 6 คน พอหักปุ๊บ อยู่ดีๆ วงก็แตก โดยมีการเนียนเอา ห่วงยางมาคลอบวิ่งลงทะเล
  • interior รุ่น 50 เคยมีผู้ชายจูบปากกันมาแล้ว โดย ชายใส่แว่นตัวสูงๆ ที่มีฉายาว่า ลุงด๋อย กับ ชายปากห้อยที่มีฉายาว่า พายุหอย โดยที่ 1 ใน 2 นี้ เมา ในขณะที่อีกคนนึงไม่เมา และ อ้างว่าอารมณ์พาไป
  • ตอนsurvey ครั้งที่ 1 ผู้หญิงได้นอนในหอพักอุ่นๆ ส่วนผู้ชายนอนกลางแจ้ง เจอลมหนาวเต็มๆ!! ริมเขื่อน!! กลางป่า!!
  • ในตอน survey ครั้งที่ 1 นี้ กลุ่มหยงๆ ได้นอนกลางแจ้ง ดีที่มีเต๊นท์นะ แต่ว่า ไอ่ก๋งกับอีก 2- 3 เอาผ้าเช็ดตัว ไปตากไว้บน เต๊นท์???? แล้วตกกลางคืน ประมาณ ตี 2 เต๊นขาด เพราะว่า ความชื้นกับน้ำหนักของผ้าเช็ดตัว + กับ ไอ่ดำเมา ทำให้อากาศหนาวเข้ามาเต็มที่กลุ่มหยงๆและกลุ่ม นก 2 หัว ถึงกับวงแตก แล้วต่อมา...
    • มีผู้ชาย 3 คน บุกเข้าหอหญิงเพื่อหนีหนาว (รุ่งเช้าตำรวจจับ)
    • อีก 4-5 คน บุกเข้าเต๊นท์อื่น
    • และยังมี ไอ้บ้า อีก 3 ตัว ที่ยังนอนหลับสนิทโดยที่ไม่มีใครมาปลุกยันเช้า (มรึงไม่หนาวชิมิ)
  • ในเซอร์เวย์ครั้งที่ 1 นี้ มีการเล่น"ถ่ายผี reality" ด้วย โดยที่พี่ป๋องมาเองเลย (พี่ป๋อง = พี่ก๋ง) ใช้วิธีการเดินเข้าไปในป่าที่ห่างออกไป โดยมี พลถือไฟฉายนำร่อง 2 คน ตากล้อง 1 คน พลระวังหลัง 2 คน พี่ป๋อง 1 คน ดารารับเชิญ 1 คน ต่อมา เดินเข้าไปในป่าลึกสักพัก บรรยากาศเริ่มมา พอมีเงาประหลาดๆ วิ่งผ่านหน้าปุ๊บ ปรากฏว่า พลไฟฉายวิ่งหายไปแล้ว ทำให้วงแตก หนีกลับที่พักกันหมด
  • ในเซอร์เวย์ครั้งที่ 1 ที่อาบน้ำของผู้ชายจะอยู่กลางแจ้ง ซึ่งอากาศจะหนาวมาก แต่ว่า กลุ่มหยงหยง ก็พากันไปอาบน้ำ ทั้งๆที่หนาว จะมีผ้าใบกันไม่ให้ผู้หญิงเห็น แต่ว่า ไอ่ลุงด๋อย แกขึ้นไปยืนบนขอบบ่อนน้ำเต้นอะโกโก้และก็มีเพื่อนๆช่วยกันสาดน้ำเข้าไป ลุงแกบอกว่า แก้หนาวได้ดีเลย (หนาวไข่ป่าว..ลุง)
  • ในอินทีเรียร์รุ่นนี้ เกิดเหตุการณ์ ที่เรียกว่า สามก๊ก ภาคโจโฉ แตกทัพเรือขึ้น ในหมุ่ผู้ชาย
    • ก๊กที่1 วุยก๊ก ประกอบด้วย โจโฉ โจก๋ง แฉหัวลิ่ม แฉหัวทอง
    • ก๊กที่2 จ๊กก๊ก ประกอบด้วย เล่าต้อง จูล่ง หงแดง
    • ก๊กที่3 ง๊อก๊ก ประกอบ ซุนเบิร์ด วิมฮูหยิน โลซก เกย์อิชา

[แก้ไข] อินทีเรียร์รุ่น 51

  • นศ.ชายยืนยัน ผลการปรับเปลี่ยนระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ระบุให้ใช้ค่า GPAX ส่งผลต่อสมดุลของเพศชายและหญิงในภาค
  • ถึงแม้ 50 จะ ปิ๊ง 52 กันมากมาย แต่.... 51 น่ะ ปิ๊ง 50 กระจ๊ายยยยยย ความรักเบ่งบาน ณ ห้องคอม ยุ้ยรักพี่อ๊อฟนะ
  • หญิง ตัวเล็ก(เหรอ?) แขนสปรินได้คนนึงมีความสามารถในการลอกเลียนแบบท่าทางกิริยาของเพื่อนๆในภาค ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่เชื่อ ... ลองไปขอให้มันทำดูแล้วจะเชื่อ
  • ครั้งหนึ่งเมื่อเทอมก่อน โปรเจคห้องนอนและห้องน้ำ ขณะที่กำลัง present แบบร่างกันอยู่ จะมี นศ.หญิง 1 ท่าน (หรือที่เราเรียกกันว่า แพทย์หญิง)คอยจับผิดเรื่อง ... บันได
  • เคยมีคนอยู่กลุ่มนึงไปเช่าบ้านแถวๆบางลำพูอยู่รวมกัน 5 - 6 คน หรือที่เรียกติดปากกันว่า "บ้านอ๊อก" เคยวาดฝันว่าจะสบาย ... แต่ไปได้สักพักกลับไม่เปนอย่างที่คิด ไม่นานต่อมา บ้านก็แตก แยกย้ายที่อยู่กันไป เนื่องจากตอนทำโปรเจค โต๊ะดราฟตัวเดียวเปนอุปสรรคขั้นร้ายแรง
  • ผลข้างเคียงอีกประการของการที่สมดุลของเพศชายและหญิงในภาคไม่เท่ากันนั่นก็ คือ ผู้ชายมักถูกผู้หญิงกลั่นแกล้ง และเล่นกันประหนึ่งว่าเป็นเพศเดียวกัน ... เสียชายไม่รุตัว
  • มีผู้ชายไม่กี่คน(จากที่มีไม่กี่คนอยู่แล้ว)ที่ไม่สูบบุหรี่และกินเหล้า หนึ่งในนั้นคือ นายแพทย์ อ....... นายเยี่ยมมาก
  • เมื่อเข้ามาใหม่ๆ มีผู้ชายในภาคถูกรุ่นพี่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเกย์ ไม่ขอเอ่ยนาม
  • confirm แล้ว หนุ่มเชื้อเกาหลี ไม่ได้เป็นแต๋วอย่างที่ข่าวประโคม แต่มันจะชอบกินน้ำม่วงร้านป้าแฝดมากเรย
  • นศ. แบ่งออกเป็นหลายแก๊งด้วยกัน แต่ละแก๊งจะมีคนเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแก๊งกันประมาณ 2 - 3 คน แต่เราก้กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคี คอยเรียกประชุมกลุ่มกันเสมอ55555+
  • ช่วงเวลารวมเล่มโปรเจค ที่ต้องปั่นงานกัน ณ เวลานั้น 7 และร้านอื่นๆจะขายกาแฟได้จำนวนมาก รวมถึงร้านพี่เย็บเล่มตรงท่ามหาราชก้ล่ำซำกันเปนการใหญ่ (แต่พี่เค้าชอบจิ๊กเศษกระดาษที่เหลือจากการเย็บเล่มของเราไปเสมอ ขนาดขอคืนยังจะบอก ขออันนึง เหนหน้าตาน่ากัวนะ เรยให้)
  • ทุกคนยืนยันเวลานัดหาใช่เวลาที่ต้องมา นาฬิกาใส่ไว้งั้นๆ
  • ทุกคนต่างกระวนกระวายที่เกรดยังไม่ออกมาให้ครบๆไปเสียที
  • เชื่อหรือไม่? ในรุ่น 51 มีนายแบบประจำรุ่นด้วย
  • เมื่อสมัยปี1 วิชาที่หญิงสาวชาวอินทีเรียเฝ้ารอคอย คือวิชาปั้นดิน เนื่องจากอาจารย์ผู้ประสิทประสาทวิชานั้นแอบดูดี ทำให้การเรียนนั้นช่างมีความสุข ถึงแม้ปั้นแล้วจะได้C+ แต่ก้สุขใจแค่ได้กลิ่นน้ำหอม..(ดูหื่น แต่หอมจิงๆนะ) ขากลับจากฝั่งคอนถม เมื่อถึงเวลาที่อาจารย์ต้องลงรถก่อน พวกเราก้สุขใจแค่ได้บ๊ายบายอาจารย์
  • ชายในรุ่นคนหนึ่ง ตอนนี้มันไว้ผมคล้ายเดอะ บีทเทิ่ล ชื่อเปนตัวอักษรภาษาอังกิดตัวที่ 11 หน้าตาก้ดูดี แต่ลักษณะท่าทางและการกระทำของมันกลับแปรผกผันกับหน้าตาโดยสิ้นเชิง
    • ตัวอย่าง ปู๊ด...
      • สาว ก. : เฮ้ย แกร ตดใส่หน้าชั้น ทุเรดดดดด จะอ้วกกกก
      • มัน  : ทำไมวะ! ..ดมก้ดมฟรี ยังจะบ่นอีกเราะ(พร้อมทำหน้าจิงจัง)
                                           - - - - -
  • ในรุ่นของเรา จะมีสัตว์ทะเลอยู่หรายตัวด้วยกัน เพศเมีย ทุกตัวล้วนหน้าตาดี
    • ตัวแรก ฉลาม : ฉลามเป็นสาวห้าว ชอบสีสันปู๊ดป๊าดปี๊ดปี๊ด
    • ตัวที่สอง พะยูน : พะยูนเป็นสัตว์ที่ถือได้ว่าจำเป็นต่อโลกใต้น้ำมากทีเดียว เพราะขาดเทอ โลกใต้น้ำคงมืดมน ซึ่งตอนนี้เหรือตัวเดียวในโรกแร้ว
    • ตัวที่สาม วอลรัส หรือ ปลาหมึก แร้วแต่จะเรียก  : มักเป็นผู้ที่ถูกกระทำเสมอ บทบาทจะคล้ายนางเอกนิดนึง (ขอนิดนึง!!!! มึง!!!! อย่าเข้าข้างตัวเองงงงงงงงงงงงง 5555555555555 กุอุดส่าปร่อยให้เฉิดฉาย)
    • อีกตัวนึงไม่ใช่สัตว์ทะเล แต่มันเปนสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ นั่นคือ จระเข้ สามารถสังเกตได้จาก ปาก คสล.ของมันนะ จระเข้ตัวนี้รักแมว
  • ว่ากันว่าพี่ที่คาเฟ่ชอบชายหนุ่มคนหนึ่งในรุ่น 51 ไปสั่งทีไรได้ของแถมทุกที ไปสั่งต่อมัน ยังไม่ได้กินอย่างมันเรยนะ
  • ปีใหม่ปีที่แล้ว อินทีเรียเกือบทุกคน ฉลองกันหน้าโต๊ะดราฟ หน้าไหม้ และคาดว่าคงฉลองอย่างนั้นต่อไปในสามปีที่เหลือ Y^Y
  • คุณรู้หรือไม่ อ.ยิ่งศักดิ์ และ ครูลิลลี่ เป็นนักศึกษาภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน(51) คณะมัณฑนศิลป์!!! และแอบชอบรุ่นพี่ interior 50 ด้วย ที่เปงแต๋วด้วย!!
  • แล้วคุณรู้หรือไม่ว่า กว่าครึ่งหนึ่งของภาควิชาออกแบบตกแต่งภายในรุ่น 51 เป็นโรคเจ็บหัว !? (เพราะหัวมันหยิก - - หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่า 'หัวทรงเตรียมจะมีแฟน!')
  • มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถสละโสดได้ก่อนขึ้นปี2 แล้วก็อีกไม่กี่คนที่สามารถสละโสดได้เมื่ออยู่ปี 2 แต่มีอีกมากมายหลายคนที่พยายามจะสละโสดให้ได้ก่อนจบปี 2!!!
  • เกือบทุกคนจะมีคำสร้อยห้อยท้ายชื่อ แต่ผู้ถูกบุกเบิกคนแรกนั้น คือ 'ยุ้ยหยุกมุย' จึงทำให้เกิด 'แพทสแครชโมย', 'เพนนี่ขยี้โมย', 'วิม กระหยิ่มโมย', 'จั๊มขย้ำโมย' และอื่นๆอีกมากมายตามลำดับ (กระทู้ติดเรทนะเนี่ย -*-)
  • จากด้านบน เมื่อมีเรทอาร์ก็ต้องมีเรทเอ็กซ์เช่นกัน - - ผู้ชาย(และหญิงถึก)ผู้โชคร้ายเพียงไม่กี่คนในภาคถูกห้อยคำสร้อยไว้ท้ายชื่อ อย่างติดเรทมากๆเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
    • .....ด่วย
    • .....แรมเบี๊ยว
    • .....จ๋วง
    • .....ติ๋ม,เตี๊ยว
    • .....หยิม เป็นต้น
      • (กรุณานึกชื่อบุคคลเหล่านั้นด้วยตัวเอง ทางเราไม่สามารถเผยแพร่ได้เพราะมันติดเรทร้ายแรงงง!!)

 

  • คุณเชื่อหรือไม่ว่า ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายในรุ่น51 มีเว็บบอร์ดเป็นของตัวเอง!
  • นักศึกษาภาควิชานี้พอใจเป็นอย่างยิ่งกับการซื้อไม้บรรทัดใสๆอันละ 5 บาทและดินสอไม้สีน้ำตาลๆ ถึงแม้จะระลึกอยู่เสมอว่าได้เป็นเจ้าของสิ่งของนั้นๆมากกว่าโหลหนึ่งแล้วที่ บ้านก็ตาม

[แก้ไข] อินทีเรียร์รุ่นที่ 52

[แก้ไข] อินทีเรียร์รุ่นที่ 53

1.รุ่นนี้คาดว่าจะเป็นการรวมตัวกันครั้งยิ่งใหญ่ของเด็กซิ่ว ( เยอะมากกกก) 2.ถ้าหนุ่มๆได้ยินเด็กรุ่งนี้เรียกชื่อ น้องอั้ม หรือ น้องต้อง อย่าเข้าไปขอเบอร์ เพราะเป็นชายแท้ที่มีคำนำหน้าว่าน้อง 3.น้องอั้มนี่เอง เป็นเจ้าของวลีฮิตติดปาก เอ๊อ อืมม เอาเลย ช่ายซี้ เออ อืมม 4.ต้องให้น้องอั้มทำวลีในข้อ3.ให้ดูจะได้อารมมากกก 5.รหัส 007 ชื่อเล่นจริงๆที่สอดคล้องที่สุด อีพยัคร้ายยยยยยยย 6.หรือเราจะเรียกเค้าว่า ปังคุง 7.หรือ เรียกว่า เกียด เปน ที่ นิ ยม ก็ได้เพราะมันทำงานได้น่าหมั้นไส้มาก 8.น้องต้องนี่เองเปนที่มาของคำว่า ปอดแหก เพราะแหกจิงๆ จนถุงลมรั่ว แล้วเข้าโรงพยาบาล 9.รุ่นนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก สามสหายจากแดนใต้ 10.ตอนนี้โรค สกาเรื้อน เป็นโรคที่ระบาดอยู่ 11.จะพบเห็นผู้ป่วยไปรักษาที่ เบิร์ด เกือบทุกอาทิด 12.พวกเรามี hi5 เป็นของตัวเองด้วยนะ 13.รุ่นนี้เคยดูหนังพร้อมกัน 50 คน ร่วมด้วยเด็กนิเทศ อีก 10 กว่าคน 14.หนังประวัติศาสตร์เรื่องนั้นคือ รัก/สาม/เศร้า พี่ต้อมก็มาเลี้ยงบ้างอะไรบ้าง 15.ถ้าได้ยินพวกนี้เรียกเพื่อนว่า สุดสวย กะ สุดหล่อ ก็อย่าไปให้ความหวังไรมากมาย 16.เราก็ภูมิในหัวหน้าของพวกเรา ที่นอกจากเก่งเเล้วยังร้องเพลงเพราะ (เพราะอะไรที่ทำให้แกฟังเพลงแนวนี้)5 17.พ่อแม่สบายเปนอีกวลีนึงที่ฮิตมาก 18.คนคิดเด๋วนี้เทออำลาวงการขวดสีชาไปแล้ว(หรอ) 19.ถ้าหากวันไหนเห็น น้องน้ำชา(จัดด้าดีดาดีดา) เครียดหรือไม่ยอมคุยกะใคร วันนั้นคงถึงวันสิ้นโลกจริงๆ ๒๐.หนุ่มเจร๊อก นั้นเป็นผู้ชายจริงๆขอยืนยัน เเม้ใครๆจะมองว่าเค้า... (แต่ยังไง สโแกนคำว่า ผู้ชายดอกไม้ ก็จะคงอยู่กะเค้าตลอดไป)ยี้ หลอกลวง ๒๑.อย่าตกใจ ทุกคนจะคลั่งเพลงสกา เพราะ น้องชม เป็นตัวแม่ แห่งวงการเพลงประเภทนี้ (ไม่ใช่นะ ไม่จิ๊งงงงงงงงง) ๒๒.สาวเชียงใหม่น่ารักคนหนึ่งได้รับรางวัล "girl of smile" แห่งปี ๒๔.รุ่นนี้ มีคน "รักสนุกเยอะแยะเต็มไปหมด" ๒๕.ขอให้แยกแยะคำว่า ก็ใช่น่ะสิ กับ ใช่สิ๊...(เสียงสูงๆ) ให้ออกเพราะมันคนละความหมายกัน 26.อย่าตกใจหากอาจารย์ในภาคจะเบื่อหน่ายกับคำว่า สามเจ 27.โดยเฉพาะอาจารย์ที่อิมพอทมาจาก ลอนด๊อน ชื่อว่า อ.Promiss 28.แต่ยังรักอาจารย์ทุกๆวันศุกร์ และ จะรักตลอดไป 29.มีอาจารย์ท่านหนึ่งที่อินทีเรีย 51 บอกว่าเปนสมบัติของพวกพี่ แต่ พวกเราทำไมชอบทำร้ายจิตใจเค้าเสียเหลือเกิน 30.พวกนู๋ไม่ได้ตั้งใจนะคะ จิงจิ๊งงงงงงงง 31.ตอนนี้เราได้เปลี่ยนแหล่งกบดาลจาดเบิร์ด เปนเซทเเล้ว 32.ทุกอาจจะแปลกใจ ที่น้องชมมันไม่เคยไป แม้ที่เซทจะมีไคโจ ชิกกะฮึยๆๆๆๆ 33.แล้วทำไมชั้นไม่ไปวะ 34.น่าคิดหวะ 35.หนุ่มหล่อรูปงามท่านหนึ่ง ไม่ได้จ่ายตังให้สามเจแต่น้อย แต่ทุกครั้งเมื่อยามใกล้โปรเจคเราจะค้นพบเค้าที่นี่ 36.ความเมาของพวกเราไม่เข้าใครออกใครจิงๆ 37.มันมีแต่เข้า ไม่ออก ซักที 38.ครั้งหนึ่งเมื่อปี 1 ที่เขาใหญ่ มีคุนเจ้าที่เอ็นดู ขึ้นขั้นปรากฎกายมาทักทายเลยทีเดียว 39.จึงมีการออกกฏที่ว่า อย่าอ้วกลงต้นไม้นะเมิ๊งงงงงงงง 40.ชิวตัวพ่อเราขอยกให้ชายหนุ่มจากนาเนียร์ 41.ทำไมอาจารย์วรรณยุคไทตัวเเรกไม่ให้พวกนู๋ปิดเทอมคะ

[แก้ไข] คณะสถาปัตย์

  • เป็นคณะที่้ต้องเรียนถึง 5 ปี ทำไมอ่ะ ??
  • เพราะปีสุดท้าย ต้องทำ เดอะซิส และบางท่านอาจจะ 6 -7 ปีได้โดยไม่รู้ตัวแบบว่าเรียนเพลินลืมเวลา
  • ที่นอน คือสวรรค์ แต่บางทีโต๊ะดราฟ ก็เป็นสวรรค์ได้เช่นกัน!!!
  • เด็กสถาปัตย์ มีความสามารถในการอดนอนได้มากว่าคนปกติถึง 3 เท่า แต่หลังจากส่ง Project แล้ว สภาพเป็นอย่างไรต้องไปชมเอง
  • เชื่อหรือไม่ว่าเด็กคณะสถาปัตย์ Low Tech กันมากขนาด เวบบอร์ดยังไม่ค่อยจะเล่นกัน แต่น่้าแปลกเป็นอย่างมากกลับเล่น 3D(Dota)ได้อย่างคล่องแคล่ว
  • ตีสิสมักส่งช่วงวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เป็นไร เพราะหลังจากเรียนมาห้าปีมักจะได้กันเอง เลยได้สวีทช่วยงานกันวันวาเลนไทน์ T^T

[แก้ไข] คณะไอซีที ICT

  • มี 3 สาขา ธุรกิจ / ออกแบบ (เกมส์, เว็บ, แอนิเมชั่น) / นิเทศศาสตร์

[แก้ไข] ไอซีที รุ่น 2.0

  • อ่านเพิ่มเติมได้ที่ "ยังจำกันได้ไหม" [1]

[แก้ไข] ปัจจุบัน ICT รุ่น 6 ปี 51

  • ตอนนี้บ่อปลาวาฬกลายเป็นที่ประจำของICTไปแล้ว เพราะไปกันทุกวัน
  • ร้านป้าหน้าหอ ไอซีทีจะไม่ค่อยกินกัน ด้วยเหตุผลมากมาย ที่ไม่อยากจะเอ่ย
  • หอ 1 ชั้น 5 ไม่ถูกกับสัตวะ เพราะ ทำตัวน่ารำคาญเป็นที่สุด
  • ส่วนชั้น 4 ไอซีทียึดไปแล้ว
  • ยานยนตร์ ก็ยังเป็นศูนย์รวมของเด็กไอซีทีเหมือนแต่ก่อน
  • วันดีคืนดีก็จะเห็นหญิงสาว4คนยืนอยู่บนตึกสัตวะ ประมาณว่าจะทำท่าถ่ายรูปหรือประการใดไม่ทราบเป็นที่หลอกหลอนคนทั่วไปอย่างมาก
  • ชราราลัลล่า เเจอผีอำบ่อยที่สุด น่ากลัวได้อีก
  • และ ชรากับแฟนก็จะเหมือนลุงกับป้านั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้หอ บ่อยๆ
  • พี่บอยจะไม่ค่อยได้นอนเวลาไอซีทีกินเหล้าแล้วกลับดึกแต่พี่บอยโชคดีที่ปิดโทรศัพท์หนี
  • ยานยนตร์จึงเป็นที่สิงสถิตแห่งต่อไป
  • และเมื่อยานยนตร์ปิด ก็ถึงคราวได้นอนบ่อปลาวาฬกันไป
  • ติ่มซำใต้หอมักจะเป็นอาหารเช้าของเด็กไอซีที เพราะเร็วและอิ่ม
  • ข้าวป้ากันยังอร่อยมาจนถึงรุ่นผม
  • ไข่โจ้จะเป็นมะเร็งตายเพราะไอก้อบไอแก้บ ปล่อยมะเร็งให้ดมทุกวันในห้อง
  • แชมป์โจ้ะเคยเก็บเหล้าไว้ในหอ นานสุด 1เดือน
  • แต่ชั้น 5 ยังเก็บไว้จนหมดเทอม ซื้อมากินครั้งเดียว
  • ซึ่งกะว่าน้องรหัสจะได้ลิ้มรสแสงโสมขวดนี้เป็นแน่นอน(มี 5 สายรหัส 17x,18x,20x,20x,20x)
  • ดอทเอเป็นเกมยอดนิยมของทุกคน
  • แต่Fight of Character กำลังจะมาแทนที่ในเร็วๆนี้
  • หอ 1 ชั้น 5 มีวินนิ่งเล่นตลอดเทอม
  • เพื่อนผมเเช้มว่าว เล่นวินนิ่งชนะคอม 11-0 (คอมเวรี่อีซี่)
  • หอ 1 ชั้น 5 มีเทยชื่อ อีเเม็ก เเละอีฟอมาลีน
  • ไอโปร(ไอแมน)เป็นคนแรกที่ตอบคำถามกวนตีนป๋า(อ.ชัยชาญ คณะบดีICT)ได้ถึงใจที่สุด จากนั้นมีคนพยายามเลียนเเบบ
  • ใครๆก็รู้ว่าอาจารย์ป้อมกับอาจารย์ทัน มีมุมมองในการตรวจงานที่แตกต่างกัน ฉะนั้นจึงควรระวังให้ดี
  • เปากำลังจะมีแฟน แต่ไอซ์มีแนวโน้มจะเลิกกับแฟน
  • ภาพยนตร์ รักสามเส้า จึงน่าดูขึ้นทันที
  • ไอเฟะเคยเอาตู้เย็นไปยัดไว้ในห้องน้ำ เพื่อไม่ให้พี่บอยตรวจเจอ
  • แต่รอบต่อไปก็เจออยู่ดี
  • ชายชิวเป็นฉายาหนึ่งของไอชาย เพราะมันเคยขี้โม้แล้วตกภาษาซี เพื่อนๆต่างดีใจเป็นอย่างมาก
  • ฉายานี้ถูกตั้งโดย เพื่อนผมแชมป์ว่าว
  • วลียอดฮิตหลังสอบภาษาซีคือ "งดสนทนาภาษาซี"
  • หลังจากนั้นจึงใช้กับทุกวิชาที่สอบ
  • CNN ถูกยกย่องให้เป็นเทพศิลป์
  • นอกจากนั้นได้สมยานามว่า เกรียนศิลป์
  • ไอยูมักทำผมให้หลายๆคนประหลาดใจบ่อยๆ อย่าง ทรงม้าเต่อเหมือนเด็กดอย
  • ไอยูมีหนังเยอะที่สุดเเละสนุกที่สุดในหอ
  • ไออ๊อดนอนกรนที่สุด
  • ไอเอิร์ธ เพื่อนๆเรียกมันว่าตุ๊ดเขียว
  • เด็กออกเเบบเหนพระอาทิตย์ขึ้นทุกวัน
  • ภัทร เทพคอมกร๊าฟ ยาหยี เทพภาษาC 2คนนี้เป็นเเฟนกัน

ลูกเเมร่ง อัจฉริยะชัวร์

  • ไอซ์(รีบอน)ถูกเพื่อนยุให้เลิกกับเเฟนบ่อยที่สุด
  • ดูยังซิง เรื่องมากที่สุดในหอชาย
  • วันปิดหอ ไอแมนลืมปิดไฟเอาไว้ ไม่แปลกใจที่พี่บอยต้องเสียค่าไฟเพิ่มโดยใช่เหตุ
  • ห้องน้ำชั้น5 เคยทำอ้อดซอสป้าโดดหนี แต่ที่แย่กว่าคือ เลิฟเว่อ วิ่งชนกำแพง เสียงดังจนเพื่อนตื่น
  • เนื่องจากวันนั้น มันเข้าห้องน้ำกันห้องเดียว ปรากฏว่าห้องริมสุดกลับมีเสียงชักโครกดังขึ้น ทั้งคู่ วิ่งไม่คิดชีวิต เป็นเหตุให้เลิฟเว่อไปแปะตัวอยู่ที่กำแพง
  • ชื่อในคณะแต่ละคน มักพิสดารและมีที่มา อย่าง โปรยืดหยุ่น มาจากตอนให้ชื่อ มันโทรศัพเข้าไป
  • อ้อดซอสป้า มันเพี้ยนมาจาก โอสถสภา ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่ามันมาได้ยังงัย
  • เซียนโอเกะ อันนี้คือ นามสกุลมัน ตู้บันเทิง แนวดี
  • ดู ยัง ซิง - คาดว่าจะมีลูกหลาน ตระกูล ดูยัง ตามมาในปีหน้า
  • ยาริด คาดว่าปีหน้าจะ มี แจ้ส และ วีโก้ ตามมา
  • แมงปอแมน อาจจะเพราะหน้ามันเหมือนคนเล่น ล่ะมั้ง
  • จวน มี พุง ปีหน้าก้อจะมีลูกหลานอีกเช่นกัน
  • อับดุล สงสัยว่าดำและหน้าเหมือนแขกมั้ง
  • หอ1ชั้น 4 ชั้น 5 มีกลิ่นไหม้เป็นประจำช่วงหลังเที่ยงคืน เพราะเด็กICT จะเผางานช่วงนั้น จนเช้า
  • บ่อปลาวาฬและลานเทเลมักจะมีหนังสด ในช่วงมืดๆ น่าดูได้อีก
  • ประติมากรรมจักรยานหน้าหอ 2 ยังไม่มีใครไปเอาลง ไม่เชื่อไปดู
  • Reborn เสียศักดิ์ศรีชายชาตรีอย่างมาก เพราะ แพ้หอย -*-
  • เวลากินสุรา จะนอนไม่ได้ เพราะจะอ้วกทันที
  • กางเกงจะใส่สูงเป็นพิเศษ ไม่รู้วาทำไม
  • กลับกัน ไออ้อดซอสป้ากลับ ใส่หลุดตูดจนไม่มีที่จะเกาะ
  • ปิดเทอม เด็กICT จะโหยหา BIT เกมออนไล การ์ตูน และ หนังX เนื่องจากที่หอดูไม่สะดวก
  • เนตหอแรงมาก วันที่หอจะปิด แรงโคตรๆ นึกว่าใช้โคโล
  • เด็กICT ตะรู้ว่าJher ขี้ตีน มากกกก เพราะใช้HackMapเลนดอทในหอ กะจอกมาก
  • เสื้อนักศึกษาตัวนึงใส่ได้ทั้งอาทิต
  • แต่กางเกง 2 อาทิตย์ -*-
  • วันหลังจากสอบเสร็จ เด็ก ICT ต้องอยู่หอต่อเพราะงานไม่เสร็จ
  • ต้องปีนรั้ว ออกหลัง ม. เพื่อไปกินข้าว เพราะยามไม่อยู่
  • ที่แสบกว่านั้น พอกินเสร็จยามดันกลับมาเปิดประตูเฉย (อยากรู้จริงๆว่ามันไปไหน)
  • วันปิดหอ ทำให้รู้ว่า ห้องตัวเอง ซกมกขนาดไหน และ เวลามันสะอาด เปนยังไง
  • เวลาปิดเทอม หอไม่ค่อนมีคนแล้วจะเข้าใจว่า เรื่อง เด็กหอ ดูน่ากลัวขึ้นมาทันท ี
  • ปลาทูแม่กลองเป็นอีกฉายาของคุกคี่ สาเหตุจากการสอบย่อยของวิชาคอมเบื้อง
  • เพราะครูพีเค้าให้ทำ swot เรื่อง OTOP เพชรบุรี แต่ไอ้นี่ดันทำปลาทูแม่กลองซะงั้น
  • แล้วยังจะได้คะแนนอีกนะ
  • ชมพู่ มักเป็นที่นิยมของสาวจัดการ
  • ในทางกลับกัน หัวจรวดและ หมั่นโถว ก็เป็นที่นิยมของสาวจัดการเช่นกัน
  • เจ๊ตัน เป็นฉายาของ ดูยังตัน ที่อาจารย์วิชาบัญชีตั้งให้
  • ถูกเอาไปตั้งในโจทย์ข้อสอบด้วยนะเออ !
  • ไคลแมกมักจะถูกเรียกว่า "แก่ง" ซึ่งมาจาก แก่+เก่ง
  • กล้องของซากอ้อยเกือบจะถูกเข้าใจว่าเป็นกล้องของคณะ
  • เพราะใครก็เอาไปถ่ายได้ เจ้าของแม่งให้ด้วย...เชื่อเลย
  • ผู้ชายธุรกิจแทบทุกคนจะเอาเสื้่อออกนอกกางเกงตอนเข้าเรียนจนโดนอาจารย์ว่าบ่อยๆ
  • กลับกันผู้ชายออกแบบเสื้อจะอยู่ในกางเกงแทบทุกคนที่เจอ ทุกครั้ง
  • กลุ่มของ ข้าวผัดไข่ จะนั่งบนเบาะหลังจั๊กไม่เป็น จะต้องยืนเป็นกายกรรมกวางเจา
  • พบเห็นพวกนี้ได้ทุกคืนรอบมอ
  • บ้านเลขที่ 5 ได้ชื่อนี้มาไม่ใช่เพราะชอบดูรายการนี้
  • แต่ว่ามาจากชื่อจริงว่าอักษร คณะอักษรเป็นคณะที่ 5 ของมหาลัย
  • ใครอยากดูหนังอะไรให้ไปถามพ่อใหญ่ ... มีเพียบ
  • สยบชายจริงๆแล้วผมหยิก
  • แต่ไปยืดมาเลยตรงแล้ว
  • จุ๊บุจุ๊บุ เป็นผู้ชายที่มีชื่อในคณะตรงข้ามกับหน้าตาไม่พอ ยังจะมีชื่อเล่นว่ามะเหมี่ยวอีก น่ารักจริงๆ
  • เวลาก่อนสอบวิชาดนตรีวิจักษ์ ทุกคนจะดูไฮโซขึ้นทันตาเห็น
  • เพราะจะนั่งฟังเพลงคลาสสิคที่จะออกสอบทั้งวัน
  • พ่อใหญ่ไม่ชอบนอนห้องตัวเอง ไม่รุ้ว่าทำไม
  • ฉายาชายชิวที่จิงมาจากไอ้อ๊อกซอสป้าตั้งให้ตั้งหาก (คนเขียนก่อนหน้ามั่วจิงๆ) <<---- รู้ไม่จิงอย่าพูดสิ แชมว่าวคือคนเริ่มต้นตะหาก ไออ้อด เอามาเรียกเฉยๆ
  • อ๊อด ... หน้าลิง
  • เทรนด์ผมหยิกกำลังมาแรงในหมู่ผู้หญิง
  • มู่ทู่หลังจากทำผม หน้ากลมขึ้น แข่งกับขวัญอีก ^^
  • ส่วนแรลลี่.... ขอไม่บรรยายดีกว่า 555+ เด่วโดนตดรัว ^^
  • รวมทั้งทำสีด้วย
  • ตอนนี้ไอปอยเปลี่ยนห้องเป็นโรงภาพยนตร์แล้ว
  • ทุกคืนจะมีหนังฉายตลอด นำมาจาก พ่อใหญ่ กราบขอบพระคุณ 555
  • พิษรักร้าวปิดเทอมส่งผลให้บางคู่ เลิกรากันไป
  • แต่หลายคู่ยังรักกันดี
  • เทอม1 ออกแบบ และ ธุรกิจ F ภาษา C กันสาขาละ20คน
  • คนผิดคือจารอ้วนกับจารผอม ที่ไม่ช่วยเกรด ^^ จารผิดซะงั้น
  • สลดกันไปนานเลยทีเดียว
  • อาจารย์ไรเดอร์ และ อาจารย์ลั่น แต่งงานกันแล้ว ขอให้ทั้งคู่มีความสุขตลอดไปนะคับ แต่งวันที่ 3 พย 51
  • จวน มี พุง เกือบทำอีลีนท้อง เนื่องจากชุดเมท ของอีลีน ยั่วยวนมาก แต่พอมันใส่ ไอจวนถึงกับ รับไม่ไ้ด้ 55+
  • มาต่อกันเองละกัน แนะนำว่าอยาด่ากันแรง มันเสียความรุสึกเพื่อนกัน ก้อเท่านั้น
  • เปิดเทอม 2 ปอยและอามเดินไปด้วยกัน แต่กลับทักว่าไอปอยยืดผม ทั้งๆที่ไออามแท้ๆที่ยืด -*-
  • เปิดวันแรก สายเดี่ยวเสียวหลุด เดินให้ว่อน ณ หอ1 เป็นที่สยดสยองอย่างยิ่ง
  • บางคนพัฒนาจากชุด นศ ชาย เป็น นศ หญิง สั้นจนน้องจะออกมาร้องเพลงได้ [ไำม่ใช่ICTนะ] น่ากัวกว่าSAW ทุกภาค
  • จักรยานสีส้ม 1251xxxx ถูกมืิอมืด หยิบไป ต่อหน้าต่อตา ไม่ทราบว่าคัย เจ้าของไปเอาได้ที่หน้ามอ เจอแล้ว 555+
  • ชายชิว วิวัฒนาการ เป็น ยอดชาย ไปแล้ว 555
  • จบมาปริญญา 2 ใบ แถมรามให้อีก 1 ที่ เทพจิงๆ 555
  • เทอม 2 มอจะเสียค่าไฟแพงขึ้น เพราะ คอมแต่ละคน โคตรแรง มึงจะเอาแรงไปไหนสัส เครื่องละ30000+
  • วันนี้ ไฟไม่พอแล้ว วันที่5 พย 51 ไฟตกทั้งมอ เพราะคอมแดกไฟไปหมด
  • ทำให้โรงภาพยนตร์ ปิดทำการชั่วคราว 555+ เครื่องพัง
  • Eng sec 10 วันแรกเทอม2 จัดการแอบมาเรียนด้วย 1 คน มันคงเข้าใจผิดล่ะมั้ง 555+
  • ตะไคร่ ถูกเติมชื่อในคณะให้ยาวกว่าเดิม โดยปัจจุบันมีชื่อว่า "ตะไคร่ใบมะกรูดน้ำมูกไหลเป็นไข้ปวดศรีษะ เป็นเจ้าของเดียวกันเย็นเต๊กและโทนาฟ"
  • ชื่อใหม่ของตะไคร่ไม่ควรเรียกตอนขี่จักร ไม่เชื่อก็ลองดูสิ
  • ปัจจุบันนี้ 7.8 ริกเตอร์ได้กลายเป็นเกรียนทราเวียนไปแร้วเนื่องจากวันๆไม่ทำอะไรนอกจากเล่น เกมส์ทราเวียนอย่างเดียว สักวันเค้าจะเป็นเกรียนเทพทราเวียน
  • เกรียนคนเดียวไม่พอตอนนี้ได้พาเพื่อน เมด เกรียนไปด้วยแร้ว ตอนนี้เกรียนทราเวียนกันหลายคนแร้ว
  • เป็นที่น่าสังเกตุว่าทำไมพ่อใหญ่ไม่นอนห้องตัวเอง ขนาดเปลี่ยนห้องแร้วแท้ๆ หรืออาจะเป็นเพราะพ่อใหญ่ชอบไอ้ซันหรือไม่ก้อทั่นประธาน ไม่แน่อาจจะเป็น หม่าฉี่โฉ้วก้อเป้นได้าชวนอาบน้ำ
  • ณ เวลา 4 ทุ่ม 45 นาที ควาญช้างหรือโน้ตได้ทะเลาะกันแฟนตัวเองอย่างรุนแรง จนเพื่อนๆห้อง 1424 1426 เดินออกจากห้องเหตุทนเสียงไม่ไหวเนื่องจากดังกว่าเสียวว้ากของรุ่นพี่รวมกัน ซะอีก
  • ณ ตอนนี้ก้อยังไม่เลิกทะเลาะ(รับไม่ได้ก้อเลิกกับกรุไปดี)เป้นวลีเด็ดที่พอจับ จัยความได้จากปากควาญช้าง ทำให้เพื่อนๆรับไม่ได้กับพฤติกรรมดังกล่าว
  • ปัจจุบันหอ 1 ชั้น 4 ได้กลายเป็นแหล่งบันเทิงโดยสมบูรณ์แล้ว มีทั้ง คาราโอเกะ ห้องซ้อมดนตรี (1422(มีพัธมิตรคือ1426 1428 1430 )) โรงหนัง (1424)

ร้านเกมส์ (1428)ร้านซ่อมคอม(1419)ห้องศิลปะ(1432)และสุขา(1423)

  • hl เป็นที่นิยมมากในห้อง (1422) มีเกรียนด้วยกันสามคน (ไอ้เสือ)(มิ้ง มิ้วกี้ เอฟโฟว พาราดิน พอคเกต แพกเกต โทนาทีแถมนาที ยิ่งโทยิ่งถูก)และ(ตะไคร้ ใบมะกรูด น้ำมูกไหล

เป็นไข้ปวดศรีษะ ป็นเจ้าของเดวกับเย็นเต็กและโทนาฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ...) แร้วความเกรียนจะแพร่กระจายทั้งชั้น4 รวมทั้งจุ๊บุ๊ จุ๊บ(จุ๊บุหรือมะเหมี่ยว) เกรียนทั้งชั้น อิอิ...

  • คุกคี่ ละเมอตื่นขึ้นมาตอน ตี 4 พอดี เจอลิชชื่น มาชวนอาบน้ำ
  • แต่ลิชชื่นยังนอนบาดเจ็บอยู่บนเตียง เพราะ แว้นซ์กระโดดลงจากบ่อวาฬ ( ลิชชื่นบินได้ )
  • แล้วคนนั้นคือใคร ?? ก.บ.ว.
  • เด็ก ict ติดเลต เพราะชอบมาสาย
  • โคโดโมะ โหดที่สุดในคณะ ฉายา ตำรวจสาขา(ออกแบบ) ชช ตั้งให้
  • เดอะมิดเป็นคนถือพานไหว้ครูประจำปี ๒๕๕๑ เธอพริ้วที่สุดในสาขา
  • ไข่โจ้ เข้าใจเรื่องยาก แต่ไม่เข้าใจเรื่องง่าย เขาเป็นคนเดียวที่มีจินตนาการพ้นโลก
  • มาวิน มีอีกฉายา คือ เข้าวิน
  • เดอะมิดเคยโดนครีมปลาหมึก (อ้วก) ของยู สาดหน้า
  • แต่เข้าวินโดนที่เสื้อ เป็น texture ที่สัมผัสได้และมองเห็นได้อย่างชัดเจน
  • ดกดำ คือเทพภาษา c ของชั้นปี 98 คะแนนเต็ม 100
  • แก๊งคอมมานโดชอบยกจักรยานของคนอื่นที่จอดขวางทางไปวางไว้กลางสนามหญ้าหน้าหอหก

ปล. ปัจจุบันเลิกทำแล้ว เพราะโดนพี่คุมหอด่า

  • อาจารย์ภาษาไทยกล่าวไว้ว่า เดอะมิดเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุดในคณะ คอนเฟิร์ม!
  • โอ๊ยเหนื่อย ปัจจุบันขึ้นบันไดสองก้าวก็เหนื่อยแล้ว
  • ดับเบิลดอร์ เป็นสมาชิกในแก๊งโหดข้างถนน แต่ตอนนี้เลิกใช้ชื่อแก๊งนี้ไปแล้ว
  • อ่าง อั้มและอาร์ม ไม่เคยหวีผมมาเรียน อัพเดท อาร์มหัวฟีบแล้ว
  • หมาของอาจารย์ลั่นชื่อ ฟูจิและอิคคิว ไม่มีอะไรแค่อยากบอก
  • หลอดไส้ชอบทำหน้านิ่งเป็นเวลานาน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด
  • เมือง วีต้าเบอร์รี่ มีสโลแกนว่า แด-วีต้าแล้วไปตายซะ
  • ไข่โจ้หล่อที่สุดในคณะ
  • ไข่โจ้เป็นที่หมายปองของเดอะมิด
  • หมายปองจะฆ่าแม่งงง
  • กะซอกีซอ เป็นคนที่ละเมอบ่อยที่สุดในห้อง 6411
  • ก็อบลินประกวดนางนพมาศ แล้วตอบคำถามได้ดีที่สุด
  • อาเงี๊ยะ นอกจากจะเป็นจะเป็นอ่างแล้ว ยังเล่นลิเกได้อีกด้วย
  • โคโดโมะ เมื่อถึงเวลาเรียนดรออิ้ง เธอจะเป็นคนเดียวในสาขา ทุกครั้งที่เรียนจะทำเสร็จก่อนคนอื่นภายในเวลาสองชั่วโมง

แม้ว่าหุ่นนั้นจะยากปานใดก็ตาม จับเวลาได้เลย

  • เจนนี่มีหุ่นเหมือนนักเทนนิส สไตล์การแต่งตัวเหมือนปาล์มมี่
  • เด็กออกแบบต้องส่งงานก่อนเที่ยงคืน แต่บอร์ดมักจะล่มตอนประมาณเที่ยงคืนเกือบทุกที
  • เล่นเอาหลายคนเครียดไปตามๆกัน
  • โคโดโมะพูดเพราะที่สุดในคณะ
  • ศัพท์ใหม่ประจำหอวันนี้ "ไอแต็กกกก" แปลว่า เกรียน
  • ศัพท์ต่อมา "ไอปอยยยย" แปลว่า เกรียน + หื่น
  • ไอแต็กถูกตั้งค่าหัวไว้ 300M Marine ในวิชา ฟิสิกวันอังคาร
  • ทำเอาแต็กเครียดไปหลายวินาที
  • หลังจากนั้นก้อเกือบบ้าไปเลย
  • ต้นเหตุมาจากที่มันไปเกรียนเอาไว้ที่ห้องข้างๆ
  • อัพเดต อาเงี้ยะ นอกจากจะเป็นลิเก เป็นอ่าง ก้อยังเป็น พี่โจ้กกกก โซคูล อีกด้วย
  • ไข่โจ้ได้ก้าวข้าวความอัจฉริยะไปเป็น... คือมันมีเส้นบางๆระหว่างความเป็นอัจฉริยะ กับ.... ความ.... แต็กกกก ในวันthank P'
  • ด้วยการเป็นพี่ติ้กชีโร่้ ได้อย่างประทับใจคนดู
  • เด็กออกแบบประสบปัญหา เรียนไม่พอ เนื่องจากเอาเวลาไปทำโปรเจคหมด
  • จารย์ฟิสิกโชว์ความเก๋า เกมส์ ด้วยการ ทำหมวกออคฮีโร่ มาใส่
  • แถมจารย์ยังเต้นได้ไม่แพ้ไข่โจ้
  • แบบนี้อาจารย์จึงได้ก้าวข้าวความอัจฉริยะไปเป็น... คือมันมีเส้นบางๆระหว่างความเป็นอัจฉริยะ กับ.... ความ.... เทพพพ!!
  • จารย์ใช้หลักฟิสิกเข้าช่วย จึงไม่เหน็ดเหนื่อยในการเต้น เพราะว่่า อาจารย์หลีกเลี่ยงการใช้แรงทำให้เกิดงาน
  • จารย์จึงไม่เหนื่อยเลย
  • 1504 สะอาดแล้วววว โอ้วแม่เจ้าาา
  • วันงาน thank p'ใครเห็นอาจารย์ฟิสิกเลื้อยข้างกำแพงบ้าง แม่งโคตรได้จัยเลย แสรด !!.
  • สิ่งที่ผู้ชาย ICT กลัวกันมากที่สุดและไม่อยากเจอ คือ แบงค์(ดูยังซิง) แมร่งมาที่รัย เก็บตังทุกที่ มาอีกแร้วเวรกำ !!
  • ICT นิเทศศาสตร์ ศิลปากร เป็น คณะนิเทศศาสตร์คณะเดียวในประเทศไทยที่เรียน Drawing

[แก้ไข] ความเชื่อ

  • ว่ากันว่า ที่วิทยาเขตเพชรบุรี ห้ามสวด คาถาชินบัญชร
  • สาเหตุนึงที่ห้ามไว้ เนื่องจาก ว่ากันว่าที่นี่เคยเป็นป่าช้าเก่า มีสิ่งลี้ลับและวิญญาณอยู่จำนวนมาก เค้าบอกว่าทุกตารางนิ้วเลย @.@
  • คาถาชินบัญชรจะอัญเชิญเทพเทวดาลงมา และมาทับที่ที่เค้าเคยอยู่ เค้าก้อจะไม่ยอม
  • เล่ากันว่าเคยมีเด็กลองสวดแล้วเกือบส่งโรงพยาบาลไม่ทัน (น่ากลัวอ่า บลื้ววววว)
  • แต่อีกกระแสนึง ผู้ใหญ่บางคนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร
  • อย่างพี่ Help (พี่บุญช่วย) ของไอซีที บอกว่าพี่สวดก่อนนอนทุกคนก็ไม่เป็นอะไร (พี่บุญช่วยดูจะชำนาญเรื่องทางธรรม อิอิ)
  • แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณ ซึ่งเราก็่ไม่กล้าสวด ฮ่าๆๆ
  • มีรุ่นพี่ ICT มาเข้าหอใหม่ๆเคยเปิดคาถาชินบัญชรที่เครื่องคอม แล้วปิดไม่ได้ ปิดโปรแกรมแล้วคาถาก็ไม่หยุดสวด ปิดเครื่องแล้วคาถาก็ยังสวดอยู่ ถอดปลั๊กก็แล้วคาถาก็ไม่ยอมหยุด น่ากลัวจิงๆ...
  • ว่ากันว่า อักษรย่อ ชช. น่ากลัวว่ากันเยอะเลย(สำหรับนักศึกษาคณะ ICT โดยเฉพาะออกแบบ อิอิ F)

[แก้ไข] เรื่องลึกลับ

  • ว่ากันว่า ผีดุ ทั้ง ท่าพระ สนามจันทร์ และเพชรบุรีด้วย
  • ผีหอพักฝั่งเพชรฯ ที่พบบ่อยที่สุดคือหอซึ่งเป็นหอแรก
  • ภายหลังจากที่มีการก่อสร้างหอพักมากขึ้นอีก 5 หอ ผีจึงได้เคลื่อนย้ายกระจายไปตามหอต่างๆ
  • น้องต้นไอซีทีเป็นคนมีสัมผัสลึกลับและเคยเจอที่หอ 5 ชั้นล่างสุด มาอำบ่อยมากแต่น้องต้นไม่ค่อยกลัว และผีก็ไม่กลัวน้องต้น (ก็แหง)
  • ครั้งหนึ่งน้องต้นเคยสวดมนต์ไป แล้วโดนผีด่าไม่ให้สวด (อึ้งเลย)
  • น้องต้นไม่ยอมแพ้ก็เลยด่าผีกลับไป บอกว่ารู้ว่าผีเป็นใครมาจากไหน แล้วไล่ออกไป
  • หลังจากนั้นมา ผีตัวนั้นไม่เคยโผล่ที่ห้องน้องต้นอีกเลย แต่ห้องน้องปานที่อยู่ติดห้องน้องต้นกลับเจอผีตัวนั้นแทน
  • เคยมีอาจารย์บางท่านเห็นอะไรแว๊บๆ มุดเข้าใต้เตียงจึงก้มไปดู พบคนแก่นอนขดตัวอยู่ด้านล่าง
  • เมื่อคิดแล้วว่าเป็นผี อาจารย์จึงตะคอกด่าว่าไป แล้วผีก็รีบหายไปเลย
  • จากเหตุการณ์เหล่านี้สรุปผลการทดลองได้ว่า ผีที่ฝั่งเพชรฯ อาจจะกลัวคนตะคอก (รึป่าวไม่รู้นะ) หุๆๆๆ
  • ที่หอ 1 กล้องวงจรปิดเคยจับวิญญาณเดินขึ้นหอได้ด้วย
  • ที่หอ 2 เวลาเกือบจะ 5 ทุ่ม คืนหนึ่ง กล้องวงจรปิดจับภาพ ผู้หญิงใส่ชุดไทยเดินขึ้นหอไว้ได้
  • คนคุมหอเห็นแล้ววิ่งออกมาดูก็ไม่เจอใครเดินขึ้นหอเลย
  • ที่วิทยาเขตตลื่งชัน ตึกอธิการบดีชั้นหนึ่งทำไมต้องล้อกลิฟท์ไว้ด้วย พอเปิดประตูไปดูจากช่องบันไดก้อเห็นมีรูปปั้นหมาด้วย
  • บางคนเคยเห็นรูปปั้นหมาเดินได้ด้วยละ

[แก้ไข] ของกิน

ของกิน ประจำตั้งแต่ปี 1-4 ของเด็ก Dec คือ กาแฟ แน่นอนว่า ปีหนึ่ง กาแฟหรูๆ ย่อมช่วยให้คุณตาสว่างไปได้ทั้งคืน ปี 2 เนื่องจากเวลาไม่อำนวย จึงกลายเป็น แค่ กาแฟใส่น้ำตาล ธรรมดา ก็เพียงพอแล้ว ปี 3 คือปีที่เรียนหนักที่สุดเพราะมีฝึกงานด้วย ดังนั้น กาแฟที่กิน จะเหลือแค่ กาแฟใส่น้ำร้อน ปี 4 ปีสุดท้าย เอาเวลาทั้งหมดไป ทำ Thesis เวลาชงกาแฟ นะเหรอ~!! ลืมไปเถอะ ตักกินจากขวดนี่แหละ จะได้ไม่เสียเวลา

ของกิน ประจำตั้งแต่ปี 1-5(หรือ 6 หรือ 7สำหรับบางคน) ของเด็ก ถาปัด แน่นอน ปีหนึ่ง เพิ่งเข้ามายังFresh อยู่มาก ก็หากินแถว นครปฐม นั้นแล่ะ (ของกินเพียบจนลืมตัว) ปี 2 พอลืมตัวแล้วปี 2 ก็อ้วน ไม่เว้นทั้ง หญิง ชาย ปี 3 มาฝั่งท่าพระ ของกินเริ่มลดเกรดลง ยูเนี้ยน ละกานนน (ไม่มีปัญญากินของหรูๆแล้ว เอาเิงินซื้อของต่อโม หมด) ปี 4 อะไรก็ได้ ที่มานกินได้(ที่ฝึกงาน เค้าให้กินอะไรก็ กินไปเถอะของฟรีนิ) ปี 5 จะจบแล้ว เดอะซิส คราวนี้ กินหมึกปริ้นแทนข้าวละกัน ส่วนจะ 6 หรือ 7 นั้น ไม่อาจทราบได้ อยากรู้ว่าจะกินอะไร ต้องมาลอง 6 หรือ 7 ปีดู

สีที่ข้าชอบเป็นที่สุด ...

posted on 26 Oct 2009 16:16 by lllshokolez0zlll

ชอบเสื้อสีน้ำตาล ... แต่กรูชอบ สีแดง ... สีดำ ... สีน้ำตาล ซะส่วนใหญ่ ...

 

สี แ ด ง
       เป็นตัวแทนความแข็งแกร่ง กล้าหาญ เสียสละ คนที่ชอบสีแดงเป็นคนใจร้อน ค่อนข้างก้าวร้าว ชอบเสี่ยง กล้าได้กล้าเสีย ถ้าตั้งใจจะทำอะไรแล้วใครก็มาเปลี่ยนใจไม่ได้

 

 

*** เออ .... ตรงได้ใจ ***

งานเข้าตรูซะแล้ววว !!

posted on 17 Aug 2009 16:15 by lllshokolez0zlll
  • ตอนอนุบาล :: เล่นแรงจนกระชากเสื้อเด็กผู้ชายขาดคามือ ! 0.0

  • ตอนป.1 :: ไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเด็กผู้ชาย(อีกที ... แต่ไม่ใช่คนเดิม) จนเลือดตกยางออก ..

  • ตอนป.4 :: สั่งเจ้าหมาพันธุ์อัลเซเชี่ยนที่เลี้ยงอยู่ ไปกัดตูดเด็กผู้ชายที่โตกว่าประมาณ ม.ต้น มั้ง? กางเกงขาด .. ร้องไห้ขี้มูกโป่งฟ้องผู้ปกครองมาจัดการกับตรูอีก .. = =' (เป็นลูก ตร. ซะเปล่า .. เชอะะ !!)

  • ตอนป.5-6 :: เรียนดี ... <<< บอกทำไมฟร๊ะะะ ..

  • ลืมบอกไป ... ตอนป.4 เทอมปลาย ... วาดรูปการ์ตูนโป๊ ...ผู้ปกครองมาเห็น ... >> กลับตัวกลับใจเลยตั้งแต่นั้นมา ...

  • อีกที .... ตอนป.6 หมั่นไส้เพื่อนผู้ชายถีบตรูดกระเด็นติดผนัง ...

  • ตอน ม.1 :: ชีวิตเด็กประจำ = =' ... (คุกดีๆนี่เอง ...)

  • ขึ้น ม.2 :: เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังเท้า .... คนที่เรารักเสียชีวิต ... 

  • ม.3 :: บ้าเล่นบาสขนาดหนัก ... เล่นจนถึงตี 2 ทุกวัน = =' กับเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชาย ...

  • ม.4 :: ยังกล้าโดดเรียนไปเล่นบาส ... กรูก็เลวซะเหลือเกิน ... มั้ง? ... เป็นเด็กเกเรที่มีแต่เพื่อนเป็นผู้ชาย ...

  • ม.5 :: เนื่องจากผลการเรียนตกต่ำ ... ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงภายในครอบครัว ... เครียดจัด ! ... หนีออกจากบ้าน ...โดยที่ผู้ปกครองไม่สามารถห้ามได้ ...

  • ม.5 :: หลังจากปรับความเข้าใจ ... ตั้งใจเรียน ...ผลการเรียนดีขึ้นจาก 2.03 ไปที่ 3.56 (ยิ้มแก้มปริ)

  • ม.6 :: อยู่ห้องคละ ... ซุ่งมีหลากหลายพฤติกรรม  หลากนิสัยใจคอ ... และหลากวีรกรรมนอกคอกทั้งหลายแหล่ ... แต่สุดท้ายยยยย ... ก็เอนท์ติด ... (ซะงั้น)

  • ปี1 :: ทำกิจกรรมเยอะ .... เกรดตก !

  • ปี2 ::ตั้งใจเรียน ... ก็ดีขึ้น ... พ้นโปรมาได้ ...

  • ปี3 :: พบปะผู้คนมากมาย .....

  • จนถึงตอนนี้ ... เมื่อไม่นานมานี้ ... ไปเยี่ยมชมบล๊อกนึงมา ... ก็ขอบคุณ ... และขอร้อง ... ตามนี้....


... อ่าค่ะ ...

ขอบคุณสำหรับข่าวสารนะคะ ...

^_______________^

แต่งานนี้หนุ่มๆเค้ามาทำงานแบบเป็นความลับอ่าค่ะ...

* ขอความกรุณาด้วยค่ะ *

-----------------------------------------------------------------------------------------------
อ่อ ... ยังไงซะเรื่องเที่ยวบินไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ...

ขอบคุณนะคะ ...

ขออนุญาตนำข่าวไปแปะที่บ้านนะคะ ...

^_________________^

-----------------------------------------------------------------------------------------------
^
^
^

อื้อหือออ

gdiupoc9dc[[ouhgfuJp;c,j9dgs,j':tg]p

-----------------------------------------------------------------------------------------------

(เกรียนแตกแบบนี้เดี๋ยวแม่ตกเหม่งซะเลย)<< เราลองพิมพ์เป็นภาษาไทยดูอ่านะ ...
ูู^
^

ขอโทษนะคะ .. ที่รบกวน ...

ยังไงซะ ... คนเราก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับใคร ... ใช่มั้ย ? ^^

-----------------------------------------------------------------------------------------------
 
^
^
^
^

hottest ไม่ได้มีเยอะจนจับไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
โปรไฟล์หราในบล็อคขนาดนั้น

"คนเราก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับใคร"

บอกตัวเองก่อนเหอะค่ะ
ถ้าคุณยังเป็น hottest เราต้องได้เจอกันแน่นอน ^^


  • กรูอยากรู้ว่ากรูไปกวนบาทาคุณตั้งแต่เมื่อไหร่ฟร๊ะะะ .... = =' ... ถ้าอยากเจอนักก็ได้ ... ไม่มีปัญหา .... แต่ "ตัวต่อตัว" นะคะ .... ห้ามหมาหมู่ .... ^^ .... คิคิคิ

  • และอีกอย่างที่อยากจะบอก คือ ... กรูเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทจนทำให้คนคนนั้นเข้าโรงพยายาบาลมาแล้วนะคะ ... ถ้ากล้า ... ก็มาได้เลย ... แต่อย่านัด .... เพราะชั้นไม่มีเวลาไปทำเรื่องไร้สาระขนาดนั้นหรอก !! แต่ถ้าคุณอยากเจอ ... ก็มาได้เลย ...ในโปรไฟล์นั่นไง ... หาไม่ยากหรอก ... สถานที่แบบนี้น่ะ ...

  • กรูจะบอกว่า ... "กรูไม่เคยมีเรื่องกับใครก่อนนะคะ .... เพียงแต่เค้าอยากหาเรื่องมาให้ถึงตัวเอง ... ก็ช่วยไม่ได้ .... อย่าปลุกเสือเงียบ .... คงเข้าใจนะคะ ... ^^ " ...

  • กรูไก็ไม่ใช่คนขี้ขลาดตาขาวหรอก .... เพียงแต่กรูก็มีเรื่องที่มีปรโยชน์ให้ทำมากมาย ... จึงไม่มีเวลาไปเหวี่ยงหาเรื่องเค้าไปทั่วหรอกค๊าาาา ....






              ไม่อยากหาเรื่องใครหรอกนะ ....

แต่คนมีตะกิดปลุกจิตใต้สำนึกในอดีตอย่างชั้นขึ้นมาเอง ...

มันก็ช่วยไม่ได้ซะแล้วล่ะ !!  ^^ ...

 

 

 

 

 

 

 

ปล.  แค่ระบาย ... และพร้อมที่จะัรับมือทุกสถานการณ์ ...

  แนะนำตัวเลยละกัน
 
ชื่อ "ดา" 
 
เกิดวันพฤหัสบดี/ปีมะโรง
 
วันที่ 21 เมษายน 2531 
 
กำลังเรียนอยู่เอกวิชา "Biotechnology"
 
คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
 
มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ (ทับแก้ว)
 
ที่จริงอยากเรียนศิลปะ ... แต่ฟลุ๊กมาได้ที่นี่แล้ว ... = ='
 
พอลงแอดฯไป ... แม่เหลือบมาเห็นลำดับการเลือกคณะ..
 
1. ศิลปะ
2. ศิลปะ
3. ศิลปะ
 
 
และ..
 
4. ศิลปะ
 
ฯลฯ...
 
อืมมมม .... ทำเพื่อแม่สักครั้ง... ให้แม่ได้สบายใจกับการงานที่มั่นคง ... อะไรๆก็แล้วแต่....
 
ถึงจะเรียนด้วยความเฉยๆ ... และเกรดที่ค่อนข้างน้อยนิดดดดดดด ....
 
เปอร์ ... ด้วยความที่เราไม่ตั้งใจ ... 
 
เปอร์ ... ด้วยความที่เราไม่ใส่ใจ ...
 
เปอร์ ... ด้วยความประมาท ...
 
 
 
ทั้งนี้ทั้งนั้น .... "สู้ๆ"  คำนี้คำเดียว ... เพื่ออนาคตที่ดีต่อไป ...
 

 

ลักษณะนิสัย ของคนที่เกิดวันที่ 21 คือ นุ่มนวล เจ้าเสน่ห์

     คน เกิดวันที่ 21 เป็นคนที่ใคร ๆ ถ้าได้สัมผัสใกล้ชิด หรือแม้เป็น เพื่อนร่วมงานด้วยก็จะรู้สึกในความนุ่มนวลเจ้าเสน่ห์น่าคบได้เป็น อย่างดี

     เพราะ คนเกิดวันนี้เป็นคนง่าย ๆ คบกับใครก็ทำตัวเรียบง่ายเสมอ หน้ากันหมดทุกคนทุกระดับชั้น ความสามารถพิเศษของคนที่เกิด วันนี้ก็คือ ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียดลงไปได้ ด้วยความนุ่มนวลที่มีอยู่ในตัว

     คุณสมบัติยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งคือ การเก็บซับรายละเอียดต่าง ๆ อย่างรอบคอบตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาตัดสินใจก็ทำได้รอบคอบถูกต้อง ซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญสำหรับคนที่มีเพื่อนเกิดวันที่ 21 ควรรู้เพราะ ท่านจะเสแสร้งเพื่อให้ถูกใจคนเกิดวันนี้ได้ยาก ท่านจะถูกสังเกตอยู่ เสมอ โดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสังเกต

     คนที่เกิดวันนี้ มีพรสวรรค์ในการสร้างมิตรภาพ มีวิธีการที่แนบ เนียนและนุ่มนวลในการทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ ยิ่งเมื่อประกอบกับ นิสัยร่าเริงสนุกสนาน เป็นคนง่าย ๆ เข้ากับคนได้ทุกระดับชั้นด้วยแล้ว คนเกิดวันที่ 21 จึงเป็นคนมีมิตรสหายมากมาย

     คนเกิดวันที่ 21 มีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่ง และแม้จะชอบ พูดถึงความสามารถที่ตนมีอยู่บ้าง เหมือนกับคนเกิดวันอื่นๆ ด้วยก็ตาม แต่ก็จะไม่พูดโอ้อวดเกินจริงเลย

     ที่สำคัญ คนที่เกิดวันนี้จะไม่ยกตัวเองโดยข่มคนอื่นเป็นเด็ดขาด และ เขาไม่ชอบคนที่ข่มคนอื่นด้วย จึงเป็นคนที่ทำให้คนที่รู้จักรู้สึกสบาย ใจและปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยด้วย แล้วท่านจะหลีกเพื่อนที่ดีน่ารักเช่นนี้ไปได้อย่างไร?

     คนเกิดวันที่ 21 เข้าใจคน เห็นอกเห็นใจ และเป็นคนช่างเอาใจและ มีจิตสำนึก คือมีความรู้สึกนึกคิดในทางที่ดีงามอยู่เสมอเมื่อมีปัญหาใด ๆ ก็พอใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการเจรจาอย่างนุ่มนวลแบบนักการ ทูตมากกว่าที่จะใช้วิธีการที่รุนแรง

     แต่ก็คนเกิดวันที่ 21 นี้เอง เมื่อถึงคราวจะต้องใช้ความเด็ดขาด รุนแรงขึ้นมาก็จะใช้ได้อย่างเฉียบขาด และเฉียบคมมีคำพูดที่เชือด เฉือนหัวใจยิ่งกว่าที่เรียกว่า'ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง' เสียอีกจะบอกให้

 

 

ทำนายทายทัก : สไตล์การทำงานกับวันที่เกิด

ท่านที่เกิดวันที่ 21
สไตล์การทำงาน :
ผู้ใหญ่จะรักคุณ มากเป็นพิเศษ คุณมักจะทำงาน หรือเลือกงานที่คุณได้ใช้ความคิด ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ และที่สำคัญงานทุกชิ้นคุณจะทำมันออกมาจากใจจริง ๆ ดังนั้นไม่ว่างานอะไร หรือแม้กระทั่งงานช่าง งานเทคนิค ก็มักจะมีความงดงามเชิงศิลปะเข้าไปสอดแทรกอยู่ตลอด นับเป็นศิลปินด้วยจิตวิญญาณโดยแท้
อาชีพที่เหมาะสม :ทุกอย่าง ในวงการบันเทิง อย่างเช่น ดารา นักร้อง นางแบบ นักสื่อสารมวลชน นักสร้างบุคลิก ผู้จัดการดารา วงการโฆษณา นักเขียน นักประชาสัมพันธ์ ไกด์นำเที่ยว หรือทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับศิลปะ อย่างเช่น นักออกแบบบุคลิก นักวาดรูป นักออกแบบ นักประพันธ์ จะเหมาะกับคุณเหลือเกิน

 

 

ทายนิสัย : ทายใจจากทรงผม

ชอบปล่อยผมสยาย
คุณเป็นคนร่าเริง รักสนุก เปิดเผยความรู้สึก กล้าได้กล้าเสีย เป็นคนเซ็กซี่ ออกจะเปรี้ยว อยู่ไม่น้อย ชอบเป็นจุดสนใจ คุณจะภูมิใจมากที่ใครๆ พากันมารุมล้อม มีความเชื่อมั่นในตนเองสูงและเรียกร้องความสนใจเก่ง
 

ผมยาว
คุณเป็นคนช่างฝัน รักศิลปะ มีความเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นอ่อนหวาน รักสวยรักงาม พิถีพิถัน เอาอกเอาใจเก่ง เข้าสังคมเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้คุณเป็นคนที่รู้จักใช้เสน่ห์ของความเป็นผู้หญิงให้มีประโยชน์

ผมม้า
คุณมีนิสัยอ่อนโยนและมีความเป็นเด็กสูง อารมณ์ดี ร่าเริงเบิกบานเสมอ รักธรรมชาติ รักสัตว์ เป็นคนติดดิน ไม่ถือตัว ชอบทำให้คนอื่นสนุกสนาน ใครได้อยู่ใกล้ ก็จะมีความสุข แต่บทจะดื้อก็ดื้อไม่ใช่เล่น และออกจะเจ้าแง่แสนงอนอยู่ไม่น้อย

 

ทายนิสัย : ทายนิสัยจากงานอดิเรก

- คนที่ชอบวาดรูป
ส่วนใหญ่จะเป็นเก่ง เปิดเผย ใจร้อน แต่มักหลงภาพหรือคนใหม่ๆที่เข้ามาในชีวิตเสมอทำให้เปลี่ยนใจบ่อย ๆ เป็นพวกจินตนาการสูงมากมักจะโอเวอร์เกินความเป็นจริง

 

ทายนิสัย..จากการเสียใจ

เก็บตัวเพียงลำพัง
ส่วนคนที่เวลามีเรื่องเสียใจ ก็ชอบหลีกหนีผู้คนไปอยู่เพียงลำพัง เก็บตัวเงียบๆไม่ชอบยุ่งเกี่ยวกับใคร แสดงว่าเป็นคนสะเทือนใจง่าย ช่างคิด ชอบใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล มักมีโลกส่วนตัวซึ่งยากที่ใครๆ จะเข้าถึง ติดนิสัยปิดกั้นตัวเอง แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อต้องตกอยู่ในสถานการณ์คับขันอย่างแท้จริง ก็จะเป็นผู้ที่มีความอดทนสูงอย่างไม่น่าเชื่อ อีกอย่างหนึ่งคือเป็นคนที่มีใจรักศิลปะ

 

ทายนิสัยจากคำนาม ที่คุณเรียกแทนชื่อตัวเอง

ชื่อตนเอง
คุณเป็นคนอารมณ์ดีเอามากๆ ไม่ค่อยจะโกรธใคร คุณชอบเล่นสนุกสนาน ชอบเซ้าซี้อะไรบ่อยๆ มักจะเป็นเรื่องเดิมๆ เวลาคุณเจอศัตรูคุณจะถอยออกห่างไม่กล้าเข้าใกล้

 

 

ทายนิสัย : สายตาบ่งบอกนิสัย

ตากลมโต : เป็นคนกล่องแคล่ว เข้มแข็งทั้งกายใจ รวมทั้งในเรื่องความรัก เรื่องเพศสัมพันธ์ เป็นคนที่ดึงดูดใจ เป็นจุดสนใจของคนอื่น ชอบความโดดเด่น เป็นคู่รักที่น่าสนใจ ชวนให้ท้าทายและตอบสนอง ชอบการเปลี่ยนแปลง และปรับปรุงในเรื่องการงาน การดำเนินชีวิต แต่คนตาโตมักมีผิวบอบบาง บาดเจ็บง่าย เป็นคนกระตือรือล้น อยากรู้อยากเห็น รักง่ายหน่ายเร็ว เป็นนักบริหารที่มั่นใจ และมีแรงกระตุ้นที่ก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์

 

 

ทายนิสัย : เมาแบบไหน บอกนิสัยลึกๆ ที่ซ่อนอยู่?

ต่อมน้ำตาแตก - ถ้าเมาแล้วร้องไห้คร่ำครวญขึ้นมา บอกได้เลยว่าเป็นคนที่แอบซ่อนใจที่บอบบางเอาไว้ ปกติจะไม่มีใครรู้สึกได้ อีกข้อที่สำคัญคือชอบคิดอะไรคนเดียว มีความลับอยู่มากมาย ต่อไปนี้ทุกคนรอบข้างคงต้องดูแลคนจิตใจบอบบางคนนี้ให้ดีก็แล้วกัน

หน้าแดงเป็นลูกตำลึง - ถ้าเมาแล้วหน้าแดงล่ะก็ ขอบอกว่าเป็นคนที่เปิดเผยเอามากๆ ไม่มีความลับกับใคร ทุกเรื่องจะต้องปรึกษาคนอื่นจนได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด แล้วถึงจะลงมือทำ แถมยังพยายามทุกทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความมั่นคงในชีวิต ชีวิตต้องมีการวางแผน ทุกอย่างต้องเป็นขั้นเป็นตอน

 

 

ท่านอนบอกนิสัยคุณได้นะ!

ท่านอน, กางแขนกางขา, นอนหงาย



1. กางแขนกางขา:
ช่าง รักอิสระเสรี อะไรขนาดนั้น ท่านอนบ่งบอก ความเป็นตัวของตัวเอง อย่างแรง รักความสะดวกสบาย รักสวยรักงาม จับจ่ายใช้สอย สุรุ่ยสุร่าย แต่ก็หาเงินเก่งพอๆ กัน ที่แย่หน่อยคือ ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน และสนุกกับ การตั้งสโมสร ซะด้วยซิ...

ท่านอน



3. นอนเอามือไพล่ประสานกัน รองศรีษะ:
เขา ว่า คนนอนท่านี้เป็นนิจ เป็นคนฉลาด ปราดเปรื่อง ปัญญาเฉียบแหลม ชอบเรียนรู้ สิ่งใหม่ๆ ไม่รู้จบ บางครั้ง ก็มีความคิด แปลก แหวกแนว ที่ชาวบ้านตามไม่ทัน เป็นคนน่ารัก ที่ให้ความสนใจครอบครัว อยู่เสมอ... แต่มันสำคัญที่ว่า... ช่างเป็นคนที่ รักคนยาก ซะเหลือเกิน... ช่างเลือกเกินไปหรือเปล่า ?

 

 

ทายนิสัย : วันเกิดบอกความเจ้าชู้ในตัวคุณได้

วันพฤหัส


     ถ้าคุณเกิดวันพฤหัสบดี มั่นใจได้เลยว่าคุณจะเป็นคนรักที่ดีให้ใครคนนั้นได้ภาคภูมิใจแน่ เพราะคุณมีทั้งความเอื้ออารี มีน้ำใจ เป็นคนสติปัญญาดี มีความยุติธรรมเป็นคนที่ใครก็ยอมรับและชื่นชมคุณเป็นคนรักจริงเกลียดจริง ถ้าเกลียดใครก็ไม่เสแสร้งคบหาต่อไปให้ต้องฝืนตามวิสัยของคุณวันพฤหัสบดี ที่ตรงพอสมควร ดวงในเรื่องความรักของคนวันพฤหัสบดี ไม่ค่อยโลดโผนพิสดารมากนัก ความรักค่อยเป็นค่อยไปอย่างเรียบง่าย หากจะมีเรื่องปวดหัวใจบ้างก็เป็นเพราะความมองโลกในแง่ดีเกินไป บางครั้งจึงหลงคารมคนไม่จริงใจหรือบางครั้งก็คิดไปเองว่าใครคนนั้นมีใจด้วย ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นดั่งที่แอบคิดแอบหวั่นไหว คนเกิดวันพฤหัสบดีเป็นคนใฝ่รู้ ถ้าช่วงใดเจ็บหัวใจ ก็จะทำใจด้วยการทุ่มเทในเรื่องที่มีสาระ มีประโยชน์กับชีวิต ความน่ารักของคนอยู่ที่ความสดใส เปิดเผย มีความมุ่งมั่นเสมอ ไม่ใช่คนที่เลื่อนลอยไร้สาระ ไม่บ่อยนักที่จะเห็นคนวันพฤหัสบดีอีกลักษณะหนึ่งคือไม่ค่อยเรียบร้อยและขาด ความสุขุมรอบคอบ คนวันพฤหัสบดีไม่ค่อยเจ้าชู้ แม้จะดูมีท่าทีเข้ากับคนง่ายสดใสเป็นกันเองแต่ไม่ได้ชอบใครง่าย ๆ เสมอไป ถ้ารักใครก็จะรักอย่างซื่อสัตย์ หากจะผิดหวังก็ดังที่กล่าวมาแล้ว คือการไปรักคนผิด คิดว่าดีที่แท้ไม่ใช่ ดวงความรักดของคนวันพฤหัสบดีนั้นจะมีรักจริงจังก็ต่อเมื่อพบเจอคนที่เรียบ ง่ายคล้ายๆกัน ไม่ใช่ฟู่ฟ่าหรูหราเกินไปนัก คิดแต่เรื่องสร้างสรรค์มากกว่าเรื่องเฮฮาปาร์ตี้ ปัญหาในรักมักใม่ใช่อยู่ที่ตัวคุณเอง เพราะคุณอดทนได้เสมอแต่คนที่คุณรักต่างหากที่จะนำเรื่องปวดหัวมาให้

 

 

 

ทายนิสัย : มาเช็คดู ว่าแฟนคุณเป็นแบบไหน <<< เหมือนจะ .. ไม่ตรง = ='..

สาววันพฤหัสบดี ก็ฉันนี่ไง ชอบเรื่องธรรมะ ใจดี ใจบุญ ใจกว้าง >
ชอบ ช่วยเหลือคนอื่น ชอบบริจาคทาน อารมณ์เย็น ความอดทนสูง ไม่ค่อยถือสา หาความใคร เอื้อเฟื้อคนอื่นเสมอ ซื่อสัตย์ มารยาทดี ทำไมเธอเป็นคนดีแบบนี้นะ แต่เรื่องเดียวที่เธอที่เธอต้องปรับปรุงก็คือ ความงกเกินกว่าเหตุ การประหยัด เป็นเรื่องดีนะจ๊ะ แต่เอาเงินมาเก็บไว้ ไม่ยอมใช้เลยก็ลำบากนะ อะไรที่ ซื้อแล้วใช้ได้ดี และจำเป็น ก็ไปซื้อเถอะ เธอเป็นที่รักใคร่ของทั้งเพื่อน และครอบครัวเธอมี เพื่อนสนิทหลายคนและ ก็เป็นเพื่อนที่พึ่งพาได้ เรียกว่าตายแทนกันได้เลยล่ะ เธอมักให้ความสำคัญกับงาน และเพื่อนมากกว่า เรื่องความรักและเรื่องครอบครัว เธอภูมิใจกับการ ได้รับผิดชอบการเรียน และเรื่องงาน ชอบอยู่ในกลุ่มเพื่อน ๆ ไม่ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว เรี ยกว่ากลัวเหงาไงละ อีก เรื่อง ที่สำคัญคือ เธอชอบทำตัวเฉื่อยชา ทำอะไรชักช้า คิดอะไรไม่ค่อยทันคนอื่น ๆ ต้องพยายาม speed ตัวเองหน่อยนะ จะได้ทันคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงโดนห ลอกอยู่เรื่อย หรือเพราะว่าไว้ใจ คนอื่นมากเกินไป วิธีที่จะไม่ถูกหลอกบ่อย ก็คือ เธอควรอยู่ใกล้เพื่อน เพราะเพื่อนนี่ล่ะจะคอยช่วยเหลือ และเตือนสติไม่ให้เธอถูกหลอก ช่างน่าสงสารจริง ๆ เธอมักจะถูกคนอื่นข่มเหงรังแก และก็ไม่มีทางสู้ด้วย จะด่าใครก็ไม่เป็น ได้แต่เก็บเรื่องที่ถูกรังแก มานั่งเศร้า เธอไม่ค่อยมั่นใจ ในตัวเอง ไม่กล้าตัดสินใจ เป็นผู้หญิงแบบไทยแท้ ๆ คือชอบที่จะให้แฟนเป็นผู้นำ และ เธอก็เป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยมเลยละความรักที่เธอต้องการเป็น ความรักแบบเนี้ยบ ๆ เรียบง่าย และชอบผู้ชาย ที่เก่งและดีกว่าเธอ ต้องดูดี ๆ ว่าเขาคนนั้นเป็นคนที่เธอ สแกนดูแล้วว่าดีจริง ๆ เพราะไม่งั้นเธออาจจะ ถูกหลอกได้นะ ...

 

คำทำนายจากกราฟชีวิตของคุณ ฉัตรฎา แน่แท้

เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี   ที่   21  เมษายน   2531  อายุ   21 ปี 3 เดือน 24 วัน


Aries
 
    กราฟชีวิตของคุณ ฉัตรฎา แน่แท้   
วัน 5 6 7 1 2 3 4          
เดือน 5 6 7 8 9 10 11 12 1 2 3 4
ปี 5 6 7 8 9 10 11 12 1 2 3 4
ผลรวม 15 18 21 17 20 23 26 24 2 4 6 8
เลขดวง 3 6 9 5 8 11 2 12 2 4 6 8 เลขดวง
ความ
หมุนเวียน
ความ
หมุนเวียน
สวรรค์ 12 วาสนา
11 ทรัพย์
10 เพื่อน
9 ญาติ
โลกมนุษย์ 8 บริวาร
7 ศัตรู
6 คู่ครอง
5 โรคภัย
นรกภูมิ 4 ความสุข
3 การงาน
2 ลาภยศ
1 วินาศ
เดือน เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. ม.ค. ก.พ. มี.ค. วงจรชีวิต
ปี มะโรง มะเส็ง มะเมีย มะแม วอก ระกา จอ กุน ชวด ฉลู ขาล เถาะ
อายุ 0
12
24
36
48
60
72
1
13
25
37
49
61
73
2
14
26
38
50
62
74
3
15
27
39
51
63
75
4
16
28
40
52
64
76
5
17
29
41
53
65
77
6
18
30
42
54
66
78
7
19
31
43
55
67
79
8
20
32
44
56
68
80
9
21
33
45
57
69
81
10
22
34
46
58
70
82
11
23
35
47
59
71
83
พ.ศ. 2531
2543
2555
2567
2579
2591
2603
2532
2544
2556
2568
2580
2592
2604
2533
2545
2557
2569
2581
2593
2605
2534
2546
2558
2570
2582
2594
2606
2535
2547
2559
2571
2583
2595
2607
2536
2548
2560
2572
2584
2596
2608
2537
2549
2561
2573
2585
2597
2609
2538
2550
2562
2574
2586
2598
2610
2539
2551
2563
2575
2587
2599
2611
2540
2552
2564
2576
2588
2600
2612
2541
2553
2565
2577
2589
2601
2613
2542
2554
2566
2578
2590
2602
2614
  

 

คำทำนายจากความสัมพันธ์ของกราฟ

ทรัพย์ สัมพันธ์กับ คู่ครอง ทำนายว่า เรื่องของความมั่งมีนั้นต้องเกี่ยวพันธ์กับคู่รัก หรือคู่ครองที่ อยู่กินกัน ผูกสัมพันธ์กันลึกซึ้งอย่างแน่นอน คือถ้ามีคู่แล้วจึงจะร่ำรวยสุขสบาย ขึ้น หรืออาจจะได้คู่รวยมาช่วยเกื้อหนุนก็ได้ อย่างน้อยถ้าไม่ได้คู่ที่รวยก็จะ ได้คู่ที่มาช่วยกันทำมาหากิน ช่วยเก็บเงินเก็บทองจนมีฐานะสุขสบายยิ่งขึ้น

คู่ครอง สัมพันธ์กับ ลาภยศ ทำนายว่า คุณจะได้คู่ครองที่เป็นคนมีเกียรติมียศเป็นที่นับหน้าถือตาทั่ว ไปในสังคม หรือตัวคุณเองนั่นแหละที่จะมีลาภยศศักดิ์เป็นที่น่ายกย่องก็ต่อเมื่อ แต่งงานมีคู่ชีวิตแล้ว อาจเป็นฐานะความเป็นอยู่ที่สูงเกียรติขึ้น หรือได้เลื่อน ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือมีโชคมีลาภดีๆเข้ามาในชีวิตเรียกว่าดวงของคู่ จะหนุนคุณให้มั่งมีศรีสุขได้นั่นเอง แต่ในบางท่านนั้นมีชะตาที่ว่าจะมีคู่มาก คือได้คู่อยู่เสมอเพราะเหตุผล ใดก็ตาม แต่ชีวิตเด่นที่มีคู่มากๆ เท่านั้นเอง

ความสุข สัมพันธ์กับ ลาภยศ ทำนายว่า ดวงชะตาชีวิตของคุณจะสุขสบายเลิศเลอเหลือเกินคืออุดม สมบูรณ์ทั้งฐานะเกียรติยศและความสุขสบายทั้งกายและใจ มีโชคดีๆ เข้า มาเสมอ ถึงไม่มียศศักดิ์สูงส่งแต่ก็มีความรื่นรมย์สมหวังปรารถนาในทุกๆ ด้าน ของชีวิต มีความรุ่งเรืองเฟื่องฟุ้ง ประสบความสำเร็จทั้งหน้าที่การงาน และชีวิต ไม่มีวันที่จะต้องเดือนเนื้อร้อนใจกับความลำบากขัดสน ไม่มีวันที่ จะตกต่ำเด็ดขาด

ลาภยศ สัมพันธ์กับ คู่ครอง ทำนายว่า คุณจะได้คู่ครองที่เป็นคนมีเกียรติมียศเป็นที่นับหน้าถือตาทั่ว ไปในสังคม หรือตัวคุณเองนั่นแหละที่จะมีลาภยศศักดิ์เป็นที่น่ายกย่องก็ต่อเมื่อ แต่งงานมีคู่ชีวิตแล้ว อาจเป็นฐานะความเป็นอยู่ที่สูงเกียรติขึ้น หรือได้เลื่อน ตำแหน่งหน้าที่การงาน หรือมีโชคมีลาภดีๆเข้ามาในชีวิตเรียกว่าดวงของคู่ จะหนุนคุณให้มั่งมีศรีสุขได้นั่นเอง แต่ในบางท่านนั้นมีชะตาที่ว่าจะมีคู่มาก คือได้คู่อยู่เสมอเพราะเหตุผล ใดก็ตาม แต่ชีวิตเด่นที่มีคู่มากๆ เท่านั้นเอง

วินาศ สัมพันธ์กับ บริวาร ทำนายว่า ลูกหลานหรือบริวารที่แวดล้อมจะเป็นผู้ทำลายความมั่งมีศรี สุขของคุณให้พิบัติไป อาจจะก่อเรื่องหายนะมาให้คุณไม่ว่าในเรื่องกิจการ งานหรือความเป็นอยู่ อาจก่อเรื่องเดือดร้อนมาให้หรือเป็นผู้ทำลายผลประ โยชน์ของคุณโดยตรง โดยทั่วไปดวงเช่นนี้ให้ระมัดระวังอย่างหนัก เพราะปัญหาที่จะเกิด จากลูกๆ หลานๆ หรือลูกน้อง หรือบริวาร หรือคนในความดูแลของคุณนั้น มักจะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงถึงขั้นกระทบกระเทือนชีวิตของคุณอย่างหนักหนา สาหัสทีเดียว

 

 
 

 

  คำทำนายจากวันเกิด ของคุณ ฉัตรฎา แน่แท้

เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี   ที่   21  เมษายน   2531  อายุ   21 ปี 3 เดือน 24 วัน

ท่านที่เกิดวันพฤหัสบดี
คน วันพฤหัสบดีมักจะมีรูปร่างสง่างามทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีความโดดเด่นเป็นเลิศที่สติปัญญา คือมีความฉลาดหลักแหลม มีความ ละเอียดลึกซึ้ง คิดอะไรก็จะไตร่ตรองทบทวนก่อนทำก่อนพูดเสมอ ทำ อะไรก็จะประณีตนัก แต่มักต้องย้ายไปอยู่ต่างถิ่นต่างฐานจากบ้านเกิด เป็นคนที่เรียนดีเรียนเก่งมาตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เมื่อเติบโตขึ้นก็สนใจใฝ่ หาความรู้อยู่เสมอ ถ้าไม่ได้จบการศึกษาสูงก็ต้องมีความรอบรู้และประสบ การณ์ที่ลึกซึ้งและกว้างไกลไม่น้อยเลย

 

นิสัยส่วนใหญ่แล้ว ต้องเป็นคนที่มีเหตุมีผล ชอบความยุติ ธรรมไม่ฟังความข้างเดียว ชอบแนะนำสั่งสอบผู้อื่นไปทั่ว เป็นคนที่พูด จาฉะฉาน พูดมีหลักการ จึงเป็นที่เชื่อถือแก่คนทั่วไป และเป็นคนที่กล้า พูดกลัววิจารณ์อีกด้วย ชอบเสี่ยงชอบเรื่องท้าทาย แต่ก็ตามใจตัวเอง เหมือนกัน เชื่อถือในความคิดของตัวเองจนไม่ค่อยยอมรับฟังคนอื่นบ้าง แม้จะโมโหโทโสกราดเกรี้ยวแต่กายเร็ว และในใจไม่คิดผูกใจเจ็บไม่เก็บมา เป็นอารมณ์ เพียงแค่อยากชนะ อยากเป็นฝ่ายถูกกว่าเท่านั้นจึงมักโตแย้ง กับคนอื่น

 

ด้านจิตใจก็หนักแน่นพอควร ใครมาหลอกเอาใจก็ไม่เชื่อง่ายๆ เมื่อตัดสินใจอะไรแล้วก็ยากจะเปลี่ยนแปลง มีความตั้งใจสูง มุ่งมั่นทะเยอ ทะยานสูง ต้องการความรุ่งโรจน์และความอุดมสมบูรณ์ พร้อมทุกอย่างทั้ง ชื่อเสียงเกียรติยศ และฐานะมั่งมี ซึ่งตัวเองก็จะวางแผนอย่างรอบคอบ และอดทนรอคอยความสำเร็จอย่างใจเย็นที่สุด

 

ชะตาชีวิตจะได้มี เกียรติ มีหลักทรัพย์มีสมบัติเป็นของตัวเอง จะมีทุกข์มีปัญหาก็เพราะเรื่องเพื่อนฝูงหรือคู่ครอง เพราะคนวันนี้ก็เจ้าชู้ พอดู เปลี่ยนคู่บ่อย มักต้องเหน็ดเหนื่อยกับการสร้างฐานะเพราะคนที่ควร ช่วยก็ไม่ได้ช่วยเกื้อหนุนนัก เป็นดวงที่บริวารไม่ค่อยเชื่อฟัง มีแต่คนรอ เสพย์สุขที่ตนเองต้องจัดการเอง ต้องค้ำชูผู้อื่นอีกด้วยโดยทั่งไปจะมีฐานะ ดี มีหน้าที่การงานเป็นที่เคารพนับถือแก่ผู้คนทั่วไป ให้ระวังคดีความที่จะ เกิดขึ้นสองครั้ง เพราะเรื่องปัญหาจากคนอื่น และระวังความคิดที่จริงจัง เกินไปของตัวเองในยามที่มุ่งหวังอะไรแล้วจะให้ได้ดั่งใจทั้งๆ ที่ไม่เหมาะ ไม่ควรแก่ตัวเอง

 

 

ดูดวงรายปักษ์ ดูดวงจากราศีแบบจีน

เกิดเมื่อวัน พฤหัสบดี ที่ 21 เม.ย. 2531 ปี มะโรง

ราศี เมษ (aries)

อายุ 21 ปี

ดวงปีนักษัตร์ ปีมะโรง

ลักษณะเฉพาะ
เซ็กซี่ คล่องแคล่ว มีเสน่ห์ ดึงดูดเพศตรงข้าม ชาวจีนถือว่ามังกรคือสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ

จุดเด่น
มีชีวิตชีวา ทะเยอทะยาน

จุดอ่อน
เน้นรายละเอียด ชอบสั่ง รักความหรูหรา มือเติบ

คู่รักที่เหมาะสม
ปีชวด มะเส็ง วอก หรือระกา

คน เกิดปีมะโรงนั้นเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำอย่างแท้จริง ใครๆก็ชื่นชมในความพร้อม ความโชคดี และความมีอำนาจของคนปีมะโรง เนื่องจากมังกรเป็นสัญลักษณ์ของจักรพรรดิจีน คนเกิดปีมะโรงจึงเห็นว่าอำนาจที่ตนมีนั้นเป็นอำนาจสิทธิ์ขาดที่ทุกคนต้องยอม รับ และยังเป็นผู้นิยมความสมบูรณ์แบบตัวยงอีกด้วย คนเกิดปีมะโรงเป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตัวเอง กระตือรือร้น ทรงอิทธิพล และคล่องแคล่ว นอกจากนั้นยังแข็งกร้าว ยืนหยัดและแน่วแน่ คนเกิดปีมะโรงเป็นคนมีศิลปะในการพูด มักมีความคิดเห็นดีๆ และเป็นที่ปรึกษาที่ยอดเยี่ยมมาก พรสวรรค์บวกกับความใจกว้างทำให้คนเกิดปีนี้มีหน้าที่การงานโดดเด่น

อย่าง ไรก็ตาม คนเกิดปีมะโรงมีนิสัยโกรธง่าย และมีแนวโน้นที่จะภูมิใจในตัวเอง และมั่นใจจนเกินไป จนทำให้กลายเป็นคนหงุดหงิดง่าย ดื้อรั้น เผด็จการ และหัวสูง นอกจากนั้นยังหมกมุ่นกับยศถาบรรดาศักดิ์ และเงินทองมากเกินไป คนเกิดปีนี้จึงเกลียดที่จะต้องแก่ตัวไปตามวัย

คนเกิดปีมังกรนี้มี แต่คนรัก และไม่เคยผิดหวังในรักเลย ถ้าเป็นผู้หญิงก็จะมีชายหนุ่มมารุมตอมจนหัวกระไดไม่แห้ง คู่ที่เหมาะที่สุดกับคนเกิดปีมะโรงคือคนเกิดปีชวด เถาะ กุน หรือวอก รองลงมาคือขาล มะแม ระกา มะเส็ง หรือมะเมีย ถ้าคนเกิดปีขาลจับคู่กับคนปีจอ คนที่จะไม่สบายใจที่สุดคือคนปีจอเอง คู่ปีมะโรงกับฉลูมีแนวโน้มจะทะเลาะกัน ส่วนคู่มะโรงกับมะโรงนั้นมักจะมีปัญหาชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา

บ้านเปี่ยมทรัพย์
เพื่อ ความเป็นสิริมงคล บ้านของคนปีมะโรง ควรจะมีชื่อบ้าน โดยเป็นชื่อที่เป็นมงคลและถูกต้องตามหลักทักษาของเจ้าของบ้าน ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะใช้ชื่อหรือนามสกุลของเจ้าของบ้านมาเป็นชื่อบ้าน ซึ่งถ้าชื่อหรือนามสกุลถูกโฉลกอยู่แล้ว ชื่อบ้านก็ย่อมจะดีตามไปด้วย ชื่อบ้านต้องมีความเหมาะสมสอดคล้องกับลักษณะของบ้านและผู้อยู่อาศัย ห้ามขัดแย้ง หรือตรงกันข้ามกับความเป็นจริง ตัวอย่างเช่น บ้านทาสีฟ้าทั้งหลังแต่ตั้งชื่อบ้านว่าเรือนสีชมพู หรือ บ้านอยู่ติดภูเขา แต่ตั้งชื่อบ้านว่า บ้านริมทะเล ลักษณะอย่างนี้ถือว่าไม่เหมาะสมจะทำให้อับโชค พบเจอแต่อุปสรรคขวากหนามในการดำเนินชีวิต

ความรัก
หนุ่ม สาวชาวงูใหญ่มักมีนิยายอมตะเกิดขึ้นในชีวิตอยู่เสมอ เพราะคนเกิดปีนี้จะให้ความสำคัญกับเรื่องความรัก ยกย่องบูชาเหนือสิ่งอื่นใด ในการที่จะหาหรือเลือกคนรักสักคน เขาและเธอที่เกิดปีมะโรง จะไม่สนใจในฐานะหรือชาติตะะกูล มาประกอบในการตัดสินใจ ถ้าพอใจเสียอย่างยังไงก็ได้นะ พวกเขามีความโรแมนติกไม่เบาเชียวแหละ หนุ่มสาวชาวงูใหญ่มีอารมณ์รักอยู่ในขั้นที่ใช้ได้ แต่เป็นประเภทที่อ่อนหวาน นุ่มนวลซะมากกว่า คนเกิดปีนี้ถ้าเจ้าชู้ก็เป็นแบบเจ้าชู้เงียบแต่ไม่สำส่อน สามารถยับยั้งชั่งใจได้ดี สาวชาวงูใหญ่อาจจะเลือกผู้ชายที่ขี้เหร่ที่สุดมาเป็นแฟน ทั้งๆ ที่มีคนมาจีบจนหัวบันใดไม่แห้ง เรียกว่ามีอะไรแปลกๆ ให้เซอร์ไพรสอยู่เสมอ เช่นเดียวกับหนุ่มชาวงูใหญ่ ที่อาจเลือกสาวที่ใครๆ ต้องเบือนหน้ามาเป็นแฟน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกและพฤติกรรมของเขา สามารถครองความรักได้นานเลยทีเดียว เวลาที่ชาวงูใหญ่รักใคร มักคอยห่วงหาอาทรคอยดูแลเอาใจใส่คนรักเหมือนไข่ในหิน ประเภทจงอางหวงไข่เลยแหละ

 

edit @ 14 Aug 2009 17:00:26 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

edit @ 14 Aug 2009 17:26:58 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

edit @ 14 Aug 2009 17:33:45 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

เรื่องเหล่านี้ .... ถ้าไม่ตามน้ำตั้งแต่แรก ... ก็ไม่บานปลายขนาดนี้หรอก ... หุหุ * พลาดแล้วนะ ....จุนซู * เมื่อวานลองสอบถามถึงกระแสที่เกา ... ยังไม่กว้างเท่าไหร่ ... แต่ ตอนนี้ .... คงห้ามกันไม่ทันแล้วแหละ ... จุนซู .... และเพื่อนๆ ก็โดนทำโทษ ... แต่ที่โดนหนักสุดก็คือ manager ของหนุ่มๆ และตัวปัญหาใหญ่อย่างจุนซูก็คงต้องโดนทำโทษหนักด้วยเช่นกัน ... คิดซะว่านี่คือบทเรียนล่ะนะ ... ต่อไปจะทำอะไร ... คิดดีๆ :: เราจะยังมั่นคงในความรักและสนับสนุนเสมอไม่เปลี่ยนแปลง :: *ปล. เน็ตมอมันเป็นเหี้ยไรว๊ะ !!! เว้นบรรทัดไม่ได้อ่ะ ! = ="

edit @ 24 Jul 2009 15:36:12 by ~::+lllShokolez0zlll+::~

รัก ผช. บ่ายสอง .. T.T

posted on 12 Jul 2009 01:14 by lllshokolez0zlll

จาก ....

 
ความคิดเห็นที่ 34  
    พอดีที่พี่พูเอามาลงเจอน้องคนเกาหลีเลยให้เค้าแปลให้

    เริ่มจากอันบนสุดเลยนะคะ ผิดพลาดยังไงก็ขออภัยด้วยคะ

    "ฉันป็นของพวกคุณ"
    "ฉันจะไม่รอคุณ ฉันจะไม่ลืมคุณ แม้ว่าคุณจะบอกให้ลืม"
    "ภาพของพวกคุณอยู่ในมือของฉัน แม้ว่าคูรจะให้ลืมความทรงจำและปาฏิหาริย์ มันจะไม่ถูกลบเลือน"
    "ฉันจะจำพวกคุณและคิดถึงคุณ"
    "เราไม่สามารถไปแบบนี้ได้"

    "เราจะไปแบบนี้ไม่ได้ พวกคุณต้องมีความสุข"

    "พวกคุณจะอยู่ในตัวพวกเรา ในใจพวกเรา
    "you are in me in my heart"


    ประทับใจมากเลยคะ ขณะนี้กำลังนั่งร้องไห้ประทับใจที่หนุ่มๆเขียนอยู่

    ถามน้องคนเกาหลีที่แปลว่าเต้าเขียนถึงแฟนคลับไทยใช่ไม๊ น้องบอกว่า

    i think they mean u   --- คิดว่าคงหมายถึงแฟนคลับ

    หนุ่มๆน่ารักกันมากเลย

    พี่พูโชคดีมากเลยนะคที่ได้กระดาษแผ่นนั้น มีค่ามากเลย

    ขอบคุณน้องเกาคนนั้นด้วยนะคะ

    แต่ถ้าแปลผิดพลาดยังไงก็บอกได้นะคะ

    แก้ไขเมื่อ 09 ก.ค. 52 21:55:02

     
     
 

จากคุณ : kreed
เขียนเมื่อ : 9 ก.ค. 52 21:46:33
   

 
 

....

 

 

อ่านแล้ว .... น้ำตาไหล .. T.T

 

อืมมมมม .... ทริปนี้ประทับใจไม่มีวันลืม ... และตื่นมายิ้มทุกครั้งที่นึกถึง .... รักนะ ... ผช บ่ายสอง ...